บช.ปส. ขานรับนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลุยปิดล้อมชุมชนริมคลองพระโขนง จับผู้ค้ารายย่อย เดินหน้า “ชุมชนปลอดภัย”
วันที่ 17 ก.ค.2569 ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ที่กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระสำคัญของชาติที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนและความปลอดภัยของประชาชน
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งจากภายในชุมชน จึงได้ริเริ่ม “โครงการชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน” โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัย ลดความหวาดกลัว และสร้างความยั่งยืนด้วยกลไก “ประชารัฐ”
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้ขับเคลื่อนโครงการ “ชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน” เพื่อบูรณาการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับชุมชน โดยมุ่งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหายาเสพติด
พร้อมทั้งพัฒนาเครือข่ายภาคประชาชนให้เป็นกำลังสำคัญในการแจ้งเบาะแสผู้ค้ายาเสพติด และเฝ้าระวังบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

นอกจากนี้ บช.ปส.ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และผู้นำชุมชน ดำเนินการปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในชุมชน อาทิ การติดตั้งไฟส่องสว่าง การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ตลอดจนการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน เพื่อยกระดับความปลอดภัย ลดโอกาสการเกิดอาชญากรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน ซึ่งได้รับความร่วมมือและการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดียิ่ง
โดยตั้งแต่ห้วง ธ.ค.2568 เป็นต้นมา บช.ปส. ได้ดำเนินโครงการทั่วประเทศแล้ว 5 ชุมชน 726 ครัวเรือน ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 3,500 คน ติดตั้งกล้องวงจรปิด 36 จุด ไฟส่องสว่าง 40 จุด จับผู้ค้ารายย่อยและผู้เสพในชุมชนได้กว่า 60 ราย แม้ผลการดำเนินโครงการในหลายพื้นที่จะประสบผลสำเร็จ แต่ยังคงพบการแพร่ระบาดของ ยาเสพติดในบางชุมชนอย่างต่อเนื่อง
บช.ปส. จึงได้ดำเนินงานเชิงรุก ภายใต้โครงการ“ชุมชนปลอดภัย” โดยบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการปิดล้อม ตรวจค้นพื้นที่แพร่ระบาดยาเสพติดและพื้นที่ แหล่งพักยา ควบคู่กับการทำงานร่วมกับผู้นำชุมชนและภาคประชาชน เพื่อป้องกันมิให้เครือข่ายยาเสพติดกลับเข้ามาแพร่ระบาดในพื้นที่อีก อันเป็นการสร้างความปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
ล่าสุด วันนี้เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ พล.ต.ต.ธนรัชต์ สอนกล้า พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 และภาคีเครือข่าย ได้แก่ บช.น. สำนักงาน ป.ป.ส. DSI กทม. และ ศรภ. ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในชุมชนริมคลองพระโขนง
สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 3.3 กรัม และลงตรวจพื้นที่ชุมชนเพิ่มเติม พร้อมมอบ เครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่ผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุเปราะบาง จำนวน 19 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. กล่าวว่า โครงการ “ชุมชนปลอดภัย” เป็นการต่อยอดจากโครงการ“ชุมชนปลอดภัย ได้ลูกหลานกลับคืน” โดยขยายผลการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และประชาชน ไปยังพื้นที่ที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของยาเสพติด เพื่อยกระดับมาตรการเชิงรุกในการป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติด พร้อมสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนให้สามารถเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาได้อย่างยั่งยืน
เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่คือการรักษาพื้นที่ปลอดภัยให้คงอยู่กับประชาชนในระยะยาว ทำให้ชุมชนสามารถลุกขึ้นมาปกป้องบ้านของตนเอง เด็กและเยาวชนเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดจากยาเสพติด และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน นี่คือหัวใจสำคัญของโครงการ ‘ชุมชนปลอดภัย’ และเป็นเป้าหมายที่ บช.ปส. จะเดินหน้าขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง ผบช.ปส. กล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องลูกหลานและชุมชนของตนเองจากภัยยาเสพติด เพราะการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมิใช่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว หากแต่เป็นภารกิจร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคม
หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน 191 สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนศูนย์รับแจ้งเหตุยาเสพติด 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด