ผบช.น. ระบุ แก๊งเวียดนามใช้ไทยเป็นทางผ่านส่งไอซ์ไปโตเกียว ตัดตอน-หลบเลี่ยงตำรวจ พบมีคนไทยในญี่ปุ่นร่วมขบวนการ เร่งขยายผลหาที่มาของไอซ์

วันที่ 17 ก.ค.69 ที่ สน.บางยี่ขัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ศอ.ปส.บช.น., กก.สส.บก.น.น.7 และสน.บางยี่ขัน

แถลงผลการขยายผลจับกุมเครือข่ายลักลอบซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกส่งประเทศญี่ปุ่นหลังสอบปากคำ นายสมพงษ์ อายุ 50 ปี ชาวสกลนคร ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม

พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายซึ่งเป็นคนรับจ้างหิ้วของเดินทางไปต่างประเทศ นำกระปุกมะขามเปียกเข้ามาส่งมอบให้ตำรวจหลังพบวัตถุต้องสงสัยซุกซ่อนอยู่ด้านในและพบว่ามีน้ำหนักมากจนผิดปกติ

จากการตรวจสอบยืนยันว่าวัตถุในกระปุกมะขามเปียกคือ “ยาไอซ์” น้ำหนักรวมกว่า 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนเป็นก้อนทรงกลมห่อฟลอยล์ 6 ก้อน จากการสอบสวนพบว่าพฤติการณ์ของเคสนี้มีความคล้ายคลึงกับกรณีของนางสาวมีนา แอร์โฮสเตส ที่ถูกทางการออสเตรเลียควบคุมตัว

จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าขบวนการนี้เป็น แก๊งอาชญากรรมขนยาเสพติดของชาวเวียดนาม โดยมีตัวการใหญ่เป็นผู้สั่งการอยู่ที่เมืองฮานอย สั่งการผ่านบัญชีเฟซบุ๊กอวตารว่าจ้างไรเดอร์ให้ไปรับของจากบ้านพักของกลุ่มชาวเวียดนามในประเทศไทย เพื่อนำไปส่งให้คนไทยที่เป็นคนรับหิ้วของ

จากการตรวจสอบพบว่าบัญชีที่ใช้โอนเงินค่าจ้างและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นบัญชีของ นายสมพงษ์ ซึ่งมีชาวเวียดนาม หมุนเวียนสลับกันมาถอนเงินสดในครั้งละ 20,000 – 50,000 บาท เมื่อถอนเงินแล้วจะเดินทางกลับประเทศเวียดนามทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม ทำให้เชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 4 คน

โดยขณะนี้ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 4 คน เป็นคนไทย 1 คน คือ นายสมพงษ์ และชาวเวียดนาม 3 คน ที่ทำหน้าที่กดเงินและเป็นผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กอวตาร รวมถึงทำหน้าที่ผู้สั่งการ

แต่ใน 4 หมายจับนี้ยังไม่มีแฟนสาวของ นายสมพงษ์ แต่เชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นกับกระบวนการดังกล่าว ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลรวมถึง นายสมพงษ์ ด้วย ที่เบื้องต้นให้การปฏิเสธ

สำหรับผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 3 คน ที่ถูกออกหมายจับพบว่าเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว 1 คน ส่วนที่เหลือได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดแล้ว

ส่วนพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหา มีความพยายามตัดตอนโดยสั่งการผ่านไรเดอร์เพื่อไม่ให้สาวถึงตัว และมีการเปลี่ยนกลยุทธ์ตลอดเวลา เช่น แอบใส่ไปในผลิตภัณฑ์อาหารหรือผงปรุงรสต่าง ๆ โดยการกรีดซองแล้วแพ็กใหม่ โดยได้ค่าจ้างขนกิโลกรัมละ 450 บาท ซึ่งเป็นราคาปกติทั่วไป ส่วนปลายทางพบว่าไปส่งที่เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อถึงปลายทางจะมีคนไทยมารับสินค้าต่อจากผู้รับจ้างไปส่งต่อเป็นทอด ๆ โดยขณะนี้ได้ประสานทางสถานทูตญี่ปุ่นให้ช่วยตรวจสอบแล้ว และกำลังขยายผลต่อว่าชาวเวียดนามกลุ่มนี้ไปรับยาไอซ์มาจากที่ไหน รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดเพราะเชื่อว่าไม่ได้ทำแค่เรื่องยาเสพติดเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีขบวนการทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงานการสืบสวนในคดีนี้เป็นกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ ทั้ง 4 รายนั้น มีการใช้บัญชีม้าไทยในการจ่ายค่าจ้างหิ้ว พบมีร่องรอยเป็นรูปแบบของขบวนการของกลุ่มคนร้าย ดังนี้

1.นายสมพงษ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในฐานะบัญชีม้าที่ถูกชาวเวียดนามใช้บัญชีโอนเงินให้กับผู้รับจ้างหิ้วของไปญี่ปุ่น จำนวนหลายบัญชี

2.ชาวเวียดนามผู้ติดต่อฝากหิ้วของกับผู้รับหิ้ว

3.ชาวเวียดนาม ที่ติดต่อกับไรเดอร์รับของเอาไปฝากไว้ที่คอนโดย่านปิ่นเกล้า ซึ่งตรวจสอบแล้ว ไม่ใช่ที่พักของผู้ต้องหาจริง

4.ชาวเวียดนามที่โอนเงินเข้าบัญชีนายสมพงษ์ก่อน และหลังการจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้างหิ้ว ซึ่งเป็นคนที่ถือบัตรเอทีเอ็ม หรือแอปพลิเคชั่นแบงก์ของนายสมพงษ์

ทั้งนี้ ผบช.น.จึงขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน โปรดระมัดระวังการฝากของหรือหลีกเลี่ยงการหิ้วของส่งไปยังต่างประเทศ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อหรือตกเป็นผู้กระทำความผิดจากขบวนการค้ายาเสพติดดั่งเช่นกรณีตัวอย่างที่ผ่านๆมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน