รู้ตัวแล้วเป็นใคร เก๋งขาวเมาแล้วขับ แหกด่านตรวจ ซิ่งชนไรเดอร์กระเด็น แล้วหนีต่อ โฆษก ตร. กำชับ สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีเด็ดขาด ย้ำจุดตรวจคือด่านหน้าป้องปรามอาชญากรรม
เมื่อเวลา 00.46 น.วันที่ 21 ก.ค.69 เพจสวนหลวงวันนี้ ได้เปิดเผยคลิปวงจรปิด เหตุการณ์รถยนต์ สีขาว เสียหลักพุ่งเฉี่ยวชนไรเดอร์ ขณะจอดรถจยย.ไปรับออเดอร์สินค้าที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ กล้วยน้ำไท ริมถนนพระราม 4 ตรงข้าม รพ.วิมุต ทำให้ไรเดอร์ร่างกระเด็นได้รับบาดเจ็บ รถจยย.พังยับเสียหาย ส่วนรถยนต์คู่กรณีได้ขับหลบหนีไป
ล่าสุด พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด หรือด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกวดขันวินัยจราจร ลดอุบัติเหตุ ตลอดจนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมบนท้องถนน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมาการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด หรือด่านตรวจ ได้จับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญ และป้องกันปราบปรามเหตุอาชญากรรมได้จำนวนมากในทุกพื้นที่
โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.จร. ได้ตั้งจุดตรวจบริเวณถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. กระทั่งเวลาประมาณ 00.45 น. ได้ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถเก๋งคันหนึ่งที่ขับเข้ามาที่จุดตรวจ พบมีระดับแอลกอฮอล์ในปริมาณสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด จึงเชิญให้จอดรถ พักการขับขี่ และดำเนินการตามกฎหมาย แต่ปรากฏว่าผู้ขับขี่รถเก๋งคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งขับไปเฉี่ยวชนรถจยย.ไรเดอร์บริเวณแยกกล้วยน้ำไท ได้รับความเสียหาย แล้วหลบหนีไป
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ สน.ทองหล่อ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ ได้กำชับไปยัง ผกก.สน.ทองหล่อ ให้เร่งรัดดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ก่อเหตุในความผิดฐานเมาแล้วขับ หลบหนีการจับกุม รวมถึงผู้ที่ให้การช่วยเหลือในการหลบหนี
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และด่านตรวจ ว่าเป็นมาตรการเชิงรุกที่สำคัญยิ่งในการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนและป้องกันเหตุร้ายต่างๆ จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่าน โปรดให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงานที่จุดตรวจ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน