หัวอกแม่ใจสลาย แค่เสื้อตัวเดียว แก๊งวัยรุ่นโหด ถึงขั้นพรากชีวิตลูกชาย วอนขอความเป็นธรรม เร่งล่าตัว เผยชีวิตลูกไม่ควรต้องจบลง เพียงเพราะเสื้อตัวเดียว
วันที่ 24 ก.ค.69 จากเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด ซึ่งครอบครัวเชื่อว่ามีชนวนเหตุมาจากความพยายามแย่งเสื้อที่ผู้ตายสวมใส่ เหตุเกิดบริเวณซอยประชาอุทิศ 45 ต่อเนื่องถึงซอยประชาอุทิศ 69 เขตทุ่งครุ ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา คดีผ่านมาหลายวันแล้วแต่ยังไม่มีการจับกุมผู้ก่อเหตุ
หลังมีการเผยแพร่เรื่องราวผ่านเพจบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุข้อความสะเทือนใจว่า “แค่เสื้อตัวเดียวก็แทงจนตาย” พร้อมข้อความจากเพื่อนผู้เสียชีวิตที่เล่าว่า ผู้ตายออกจากบ้านเพื่อไปซื้อของให้แม่ ก่อนถูกวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ สอบถามว่า “ใส่เสื้ออะไร” และพยายามจะเอาเสื้อที่สวมอยู่ แต่เมื่อผู้ตายไม่ยินยอม จึงเกิดเหตุทำร้าย ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะพยายามหลบหนีจากบริเวณประชาอุทิศ 45 ไปจนถึงประชาอุทิศ 69 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นางสาวฟ้า อายุ 46 ปี มารดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ช่วงเช้ามืดวันที่ 19 ก.ค. 2569 ลูกชายออกจากบ้านพร้อมเพื่อนเพื่อไปซื้ออาหาร โดยมีเพื่อนเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ระหว่างทางมีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์สองคันตามประกบ ก่อนตะโกนหาเรื่องและเข้าประชิดตัวลูกชายของตน
จากคำบอกเล่าของเพื่อนผู้เสียชีวิต กลุ่มวัยรุ่นที่ถูกกล่าวหาได้กระชากคอเสื้อและสั่งให้ถอดเสื้อที่มีตราสัญลักษณ์ของโรงเรียน แต่ลูกชายไม่ยินยอม ก่อนจะขี่รถหลบหนี ทว่าระหว่างทางถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
แม้ผู้บาดเจ็บจะพยายามกลับบ้าน ก่อนที่ญาติและเพื่อนจะช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ด้วยอาการสาหัส แพทย์ต้องเร่งผ่าตัดไต เย็บตับ และให้เลือดจำนวนมากเพื่อยื้อชีวิต ก่อนส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลตากสินตามสิทธิการรักษา
ผู้เป็นแม่ เล่าว่า แพทย์และพยาบาลพยายามช่วยชีวิตลูกชายอย่างเต็มความสามารถ แต่บาดแผลภายในรุนแรงเกินเยียวยา ร่างกายสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมาก อวัยวะหลายส่วนเริ่มล้มเหลว กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 02.52 น. ของวันที่ 23 ก.ค. 2569 โรงพยาบาลได้โทรมาแจ้งว่า ลูกชายเสียชีวิต
“ชีวิตลูกเราไม่ใช่สิ่งที่ใครจะพรากไปเพียงเพราะอยากได้เสื้อ ลูกไม่ได้รู้จักกับคนพวกนั้นเลย วันนี้ต่อให้ร้องไห้แค่ไหน ลูกก็ไม่กลับมาแล้ว” ผู้เป็นแม่กล่าวทั้งน้ำตา พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุจนถึงที่สุด
ตนได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย โดยอ้างว่าจำเป็นต้องใช้เวลาในการสืบสวน และครอบครัวต้องช่วยติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดด้วยตนเอง ทำให้รู้สึกว่าการดำเนินคดียังล่าช้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนในพื้นที่และโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก หลายฝ่ายร่วมแสดงความอาลัยต่อการจากไปของเยาวชนผู้มีอนาคต พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุที่ถูกกล่าวหามาดำเนินคดี เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย และสร้างความเชื่อมั่นว่าความรุนแรงเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำกับครอบครัวอื่นอีก
