บช.น.จับเพิ่มชาวเวียดนาม ทำหน้าที่โปรแกรมเมอร์ และกดเงินสด โยงเครือข่ายซุกยาไอซ์ในกระปุกมะขามเปียก ฝากคนหิ้วไปญี่ปุ่น
วันที่ 27 ก.ค. 2569 ที่ สน.บางยี่ขัน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จึงสั่งให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. (รับผิดชอบยาเสพติด) พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. จัดชุดปฏิบัติการพิเศษและชุดสืบสวนยาเสพติด
นำโดย พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ผู้ช่วย ศอ.ปส.บช.น. พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก. สน.บางยี่ขัน
กับพวกจับกุม Mr.NGUYEN TRAN DANG KHOA อายุ 37 ปี ชาวเวียดนามบุคคลปรากฏตามภาพ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ จ.573/2569 ในข้อหา มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ภายในคอนโดย่านสาทร พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ด เงินสดสกุลเวียดนาม 1,180,000 ดอง เงินกัมพูชา 210,000 เรียล และเงินไทย 23,060 บาท
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้ถอนเงินจำนวน 9,500 บาท จากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับ นายสมพงศ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 ก่อนเดินทางกลับนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในวันเดียวกัน โดยบัญชีดังกล่าวเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบซุกยาไอซ์ในกระปุกมะขามเปียก
ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นแอดมินและโปรแกรมเมอร์ของขบวนการ รวมทั้งเป็นผู้ถอนเงินจากบัญชีที่ใช้ในเครือข่าย จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยเป็นประจำ
ผลการตรวจค้นพบเสื้อผ้าและกระเป๋าที่ใช้ในวันก่อเหตุ รวมถึงเงินสด โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ เมื่อตรวจสอบข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ พบว่าผู้ต้องหามีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม
โดยให้การว่าประกอบอาชีพโปรแกรมเมอร์อิสระ นอกจากนี้ยังพบระบบหลังบ้านสำหรับวิเคราะห์เว็บไซต์ (SEO) และเว็บไซต์พนันออนไลน์ของประเทศเวียดนามกว่า 20 เว็บไซต์ ทำให้เชื่อว่าผู้ต้องหามีหน้าที่ดูแลระบบเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเงินที่ถอนออกจากบัญชีเป็นค่าจ้างดูแลระบบ
สำหรับคดีนี้ ตำรวจพบว่าขบวนการเป็นกลุ่มชาวเวียดนามที่ใช้บัญชีม้าของคนไทยในการรับโอนและถอนเงิน โดยก่อนหน้านี้จับกุม นายสมพงศ์ ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีม้าได้แล้ว ขณะที่ผู้ต้องหารายล่าสุดทำหน้าที่เป็นแอดมินและถอนเงิน ส่วนผู้ร่วมขบวนการรายอื่นยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าเรียนจบด้านวิศวกรรมไอทีจากประเทศเวียดนาม ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้ผู้ว่าจ้างชาวจีนที่อยู่ในนครดูไบ รวมถึงทำงานด้านการเทรดทองคำและหุ้น ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยระบุว่าเงินที่ถอนออกมาเป็นค่าจ้างแปลภาษา
ตำรวจจึงควบคุมตัวพร้อมตรวจค้นที่พัก และนำตัวมาสอบสวนเพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานรัฐ ใช้ความระมัดระวังในการรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของไปต่างประเทศ
หากพบพัสดุต้องสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทันที พร้อมขอความร่วมมืองดรับฝากหรือรับหิ้วของไปต่างประเทศ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อหรือผู้ร่วมกระทำผิดในขบวนการค้ายาเสพติด





