บุกจับคาโฮสเทล สาวมะกัน ผู้ต้องหา FBI ลักพาตัวลูกแท้ๆ วัย 8 ขวบ หนีข้ามทวีปเกือบ 2 ปี หลังอดีตสามีตามหาจนกลายเป็นไวรัล เผยสาเหตุฝ่ายชายได้สิทธิ์ดูแลบุตร
วันที่ 20 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ทำการตรวจค้น และเข้าควบคุมตัวหญิงสัญชาติอเมริกัน อายุ 45 ปี ซึ่งถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากมีหมายจับจากศาลรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา
ในคดี “ลักพาตัวลูก” หรือ “Parental Kidnapping” โดยจับกุมได้ที่โฮสเทลแห่งหนึ่ง ในเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร พร้อมช่วยเหลือเด็กกลับสู่อ้อมอกพ่ออย่างปลอดภัย

บุกจับคาโฮสเทล สาวมะกัน ผู้ต้องหา FBI ลักพาตัวลูกแท้ๆ วัย 8 ขวบ หนีข้ามทวีปเกือบ 2 ปี หลังอดีตสามีตามหาจนกลายเป็นไวรัล เผยสาเหตุฝ่ายชายได้สิทธิ์ดูแลบุตร
ปฏิบัติการนี้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 สั่งการว่า หากคนต่างชาติ เป็นผู้ร้ายหนีคดี หรือมีประวัติก่ออาชญากรรมและใช้ประเทศไทยเป็นที่ซ่อนตัว ตม.ดำเนินการเด็ดขาดเพิกถอนการอนุญาตทันที
โดยได้สั่งการไปยัง พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณกุล, พ.ต.อ.ปริญญา กลิ่นเกษร และ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 และ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 ควบคุมการปฏิบัติ นำกำลังประกอบด้วย
พ.ต.ท.อานุภาพ ตู้จินดา สว.กก.สส.บก.ตม.3, ร.ต.อ.เมธาวัจน์ ธีระรัตน์สิริ รอง สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.3, ร.ต.อ.มาตรา จิตรธนภัทร์, ร.ต.อ.ธนวิชญ์ เหลืองอ่อน และ ร.ต.อ.ฐิติยพงศ์ ธาตุศาสตร์ รอง สว.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.
ร่วมปฏิบัติ หลังได้รับแจ้งข้อมูลจากทางการสหรัฐอเมริกาว่ามีบุคคลสัญชาติอเมริกันต้องหาคดีอาญาสำคัญเกี่ยวกับการลักพาตัวบุตรของตนเอง หลบหนีเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทย ชุดสืบสวนจึงได้สืบทราบว่าผู้ต้องหาเข้าพักอาศัยหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
จึงเดินทางไปตรวจสอบและเฝ้าติดตามจนพบตัว ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบเป็นบุคคลเดียวกับที่มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์การอยู่ในราชอาณาจักร จึงเชิญตัวมาดำเนินการที่ กก.3 บก.สส.สตม. ระหว่างปฏิบัติการดังกล่าวเจ้าหน้าที่ยังพบตัวบุตรชายวัย 8 ขวบของผู้ต้องหาอยู่ในพื้นที่เดียวกันในสภาพปลอดภัยดี จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามขั้นตอนต่อไป
สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องย้อนไปเมื่อประมาณ ต้นปี 2568 ได้มีชายชาวอเมริกันซึ่งก่อนหน้านี้ได้แยกทางกับภรรยาคือผู้ต้องหา โดยฝ่ายชายได้สิทธิ์ในการปกครองดูแลบุตรวัย 8 ปี ตามคำสั่งศาล เนื่องจากอดีตภรรยาหรือแม่ของเด็กคนดังกล่าวมีภาวะติดสุรา และมีอาการทางจิต
แต่ต่อมาหญิงคนดังกล่าว ได้ลักพาตัวเด็ก ซึ่งคือลูกแท้ๆ ของตน ไปจากผู้เป็นพ่อ ซึ่งทางฝ่ายชายได้ทำทุกวิถีทาง ทั้งจ้างนักสืบเอกชน เข้าแจ้งความ และเปิดเว็บไซต์เพื่อติดตามหาลูกชายเป็นระยะเวลากว่า 1 ปีครึ่ง จนเป็นไวรัลไปทั่วสหรัฐอเมริกา
ก่อนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทยจะได้เบาะแสสำคัญ นำไปสู่การสืบทราบที่ซ่อนตัวของหญิงชาวอเมริกันคนดังกล่าว จึงได้เปิดปฏิบัติการร่วมกับสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง ของสหรัฐอเมริกา หรือ FBI ติดตามจับกุมตัวและช่วยเหลือเด็ก นำตัวกลับสู่ผู้เป็นพ่อ ตามที่นำเสนอข่าวไปข้างต้น
พล.ต.ต.ทรงโปรด ยังย้ำว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำผิดจากต่างประเทศ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเด็ก และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนานาชาติอย่างเต็มที่ในทุกกรณี

