นศ.แพทย์กำลังเรียนปริญญาเอก เสียท่าแก๊งคอล ถูกตุ๋นเงิน 11 ล้านภายใน 3 วัน เพิ่งรู้ความจริงหลังไปเล่าให้ครอบครัวฟัง โร่ร้องสายไหมต้องรอด
วันที่ 28 ส.ค.69 ที่สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด หนุ่มนักศึกษาแพทย์ระดับปริญญาเอก หอบหลักฐานเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ หลังถูกแก๊งคอลหลอกเงินเกือบ11 ล้านบาท ภายใน 3 วัน
นศ.แพทย์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. มีโทรศัพท์อ้างเป็นพนักงานค่ายมือถือ แจ้งว่ามีผู้นำชื่อตนไปเปิดเบอร์ที่ จ.เลย เพื่อใช้หลอกลวงผู้อื่น หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้รีบติดต่อ สภ.เมืองเลย เพื่อปิดเบอร์ จากนั้นได้โอนสายให้ชายที่อ้างเป็นตำรวจ แล้วแอดไลน์และวิดีโอคอลโชว์ตัวเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นก็ข่มขู่ว่าหากไม่ทำตาม สิ่งที่อุตส่าห์ร่ำเรียนมาจะสูญเปล่า และพ่อแม่จะถูกจับกุมไปด้วย พร้อมออกอุบายให้ไปโกหกครอบครัวว่าต้องการเงินไปเรียนต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ด้วยความหวาดกลัว ตนจึงโอนเงินไปในวันที่ 23 ส.ค. จำนวน 11 ครั้ง ไปยัง 6 บัญชี เป็นยอดเงิน 4.5 ล้านบาท แต่มิจฉาชีพอ้างว่ายอดเงินยังไม่เพียงพอ สั่งให้เตรียมเงินสดแล้วจะส่งคนไปรับถึงที่พัก และก็ได้มีคนมารับเงินสดถึง 3 วันติด ได้แก่ วันที่ 23 ส.ค. จำนวน 1.6 ล้านบาท, วันที่ 24 ส.ค. จำนวน 2 ล้านบาท และวันที่ 25 ส.ค. จำนวน 2.9 ล้านบาท มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น 10,995,000 บาท
กระทั่งช่วงดึกวันที่ 25 ส.ค. มิจฉาชีพได้โทรศัพท์มาข่มขู่ซ้ำว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบัญชีจะมาฆ่าปิดปากและสั่งให้หลบหนี ตนหลงเชื่อจึงหนีออกมาแล้วโทรศัพท์เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ครอบครัวฟัง จึงรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อและรีบเข้าแจ้งความที่ สน.พญาไท ในวันเดียวกัน ทว่าเมื่อติดต่อไปยังสายด่วน AOC 1441 กลับได้รับคำแนะนำว่าให้ผู้เสียหายโทรระงับบัญชีกับธนาคารด้วยตนเองจะรวดเร็วกว่า อยากฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่า หากมีเจ้าหน้าที่รัฐติดต่อมา ขอให้เผชิญหน้ากับตัวจริงหรือรอรับหมายศาลเท่านั้น ไม่ต้องหวาดกลัว
ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้เสนอแนะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวบุคคลที่มารับเงินสดถึงที่พักโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นและน่าจะยังแกะรอยเส้นทางการเงินได้ พร้อมฝากเตือนไปยังกลุ่มผู้เปิด “บัญชีม้า” ว่าจะต้องถูกดำเนินคดีและรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
โดยหลังจากนี้จะประสานงานไปยัง พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.ธนพล กลิ่นเกษร ผกก.สน.พญาไท เพื่อเร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาให้ผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด