รวบหญิง “สลับร่าง” ใช้รูปสาวสวย ตีสนิทนักธุรกิจหนุ่ม หลอกจนหมดตัวสูญกว่า 7 ล้าน อ้างมีปัญหาเรื่องมรดก
วันที่ 3 ก.ย.69 พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.ทล. พ.ต.ท.เสฎฐวุฒิ ลี้เกษร สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.พัชรี อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 1065/2569 ลงวันที่ 10 ส.ค. 2569 ในข้อหา “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น”
และหมายจับศาลอาญา ที่ 4875/2569 ลงวันที่ 20 ส.ค. 2569 ข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และเกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ” โดยจับกุมได้บริเวณ กม.18 ทางหลวงหมายเลข 366 ต.โพธิ์ตลาดแก้ว อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
สำหรับคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากผู้เสียหาย ซึ่งใช้นามสมมุติว่า “คุณเปา” หนุ่มเจ้าของธุรกิจ ได้รู้จักกับหญิงที่ใช้ชื่อว่า “แอล” ผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ ตั้งแต่ปี 2563 โดยฝ่ายหญิงใช้ภาพหญิงสาวหน้าตาดีมาเป็นรูปโปรไฟล์ ก่อนพูดคุยสร้างความสนิทสนมจนพัฒนาความสัมพันธ์ในลักษณะคนรัก
ต่อมา “แอล” ได้แนะนำหญิงอีกคนชื่อ “โอ้” โดยอ้างว่าเป็นพี่สาว และขอให้ “คุณเปา” ช่วยเหลือเรื่องต่างๆ
จากนั้นไม่นาน “แอล” เริ่มขอเงินจากผู้เสียหาย โดยอ้างเหตุผลต่างๆ ทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงปัญหาเรื่องมรดก พร้อมรับปากว่าจะนำเงินมาคืนเมื่อได้รับมรดก ด้วยความไว้ใจจากความสัมพันธ์ที่ดำเนินมายาวนาน ผู้เสียหายจึงให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องนานกว่า 4-5 ปี กระทั่งสูญเงินไปมากกว่า 7 ล้านบาท โดยต้องขายทรัพย์สินบางส่วนเพื่อนำเงินมาใช้จ่ายตามที่อีกฝ่ายร้องขออีกด้วย
ต่อมากระทั่งช่วงเดือน ก.พ. 2569 ขณะที่ “คุณเปา” เดินทางไปเขาใหญ่ เริ่มเกิดความสงสัยในพฤติกรรมของ “แอล” จึงแอบบันทึกเสียงระหว่างการสนทนาเอาไว้ ก่อนนำกลับมาตรวจสอบและพบข้อผิดสังเกตสำคัญ เมื่อเสียงของ “แอล” มีลักษณะตรงกับเสียงของ “โอ้” หญิงที่อ้างว่าเป็นพี่สาว จึงเกิดข้อสงสัยว่าทั้งสองคนอาจเป็นบุคคลเดียวกัน
ผู้เสียหายจึงติดต่อกลับไปหา “แอล” พร้อมระบุว่าทราบความจริงทั้งหมดแล้ว และต่อว่าอีกฝ่ายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยฝ่ายหญิงตอบว่าจะเข้ามอบตัวและยอมรับผิด แต่หลังจากนั้นกลับไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่า น.ส.พัชรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เดินทางมาบริเวณ ต.โพธิ์ตลาดแก้ว อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี จึงนำกำลังไปตรวจสอบและเฝ้าสังเกตการณ์ ก่อนแสดงตัวเข้าจับกุมได้สำเร็จ
สอบสวน น.ส.พัชรี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกดำเนินคดีตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

