ผู้เสียหายร้อง ผบช.น. จี้คดีลักทรัพย์ เหตุใดจับคนร้ายแค่คนเดียว ไม่มีการขยายผล แถมเจ้าของทรัพย์ยังต้องใช้เงินตัวเองกว่า 4 แสนบาท เพื่อไปไถ่ของออกจากโรงจำนำเอง
วันที่ 4 ก.ย.69 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ผู้เสียหายพร้อมด้วย นายกฤษฎา อินทามระ หรือทนายปราบโกง เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. กรณีให้ติดตามและตรวจสอบการสอบสวนคดีทรัพย์สินมีค่า หลังถูกคนร้ายเป็นคนในบ้านลักทรัพย์ทองรูปพรรณ และเครื่องประดับสูญหาย ตั้งแต่เดือน ธ.ค.68 พบพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำทรัพย์บางส่วนไปจำนำ รวมถึงข้อมูลรายการเดินบัญชีที่ผู้เสียหายเห็นว่าสมควรได้รับการตรวจสอบขยายผล โดยมี พ.ต.อ.วิวัฒนชัย บุญญานุพงศ์ ผกก.ฝอ.7 บก.อก.บช.น. รับเรื่องราวร้องทุกข์
นางเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ทรัพย์ดังกล่าวเป็นของตน จึงเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรถูกมองเพียงว่าติดตามทรัพย์คืนได้แล้ว แต่การที่เจ้าของทรัพย์ต้องเสียเงินอีกจำนวนมาก เพื่อไถ่ถอนทรัพย์สินของตัวเองที่ถูกลักกลับมาย่อมไม่เป็นธรรม เปรียบเสมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด
ด้าน นายกฤษฎา กล่าวว่า ผู้เสียหายยังได้ข้อมูลรายการเดินบัญชีของคนร้าย ซึ่งพบว่ามีเงินหมุนเวียนบางเดือนสูงกว่าล้านบาท อย่างไรก็ตาม เหตุใดเมื่อพบว่าทรัพย์สินของผู้เสียหายอยู่ในโรงรับจำนำหรือร้านทองแล้ว ผู้เสียหายจึงต้องนำเงินของตัวเองประมาณ 450,000 บาทไปไถ่ถอนออกมา และได้ดำเนินการติดตามเงินหรือบุคคลที่ได้รับประโยชน์ต่อไปหรือไม่ และต้องการทราบว่าเมื่อทรัพย์สินบางส่วนยังไม่สามารถติดตามคืนได้ แต่ข้อมูลเส้นทางการเงินยังมีประเด็นต้องตรวจสอบ เหตุใดตำรวจจึงเร่งรีบสั่งฟ้อง จึงได้จำเลยเพียงรายเดียว โดยไม่ได้ขยายผลในด้านอื่นให้ครบถ้วน จึงร้องขอความเป็นธรรมกรณีดังกล่าว