ชาวบ้านผวาเชื่อ “ตัวตายตัวแทน” พบศพชายวัย 75 ปี คว่ำหน้าลอยคลองบางประกอก คนรู้จักเผย ผู้ตายเพิ่งบ่นเรื่องความตาย ก่อนหายตัวไป ตำรวจเร่งตรวจวงจรปิดหาสาเหตุ
เมื่อเวลา 17.18 น.วันที่ 5 ก.ย.2569 ร.ต.อ.ณัฐพงศ์ ทาศรี รอง สว.สอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตลอยอยู่ภายในคลองบางประกอก บริเวณซอยสุขสวัสดิ์ 30 แยก 2 แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร จึงประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช พร้อมอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นคลองระบายน้ำบางประกอก พบศพชาย 1 ราย ลอยอยู่บริเวณกลางคลองในลักษณะคว่ำหน้า สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้า กางเกงขาสั้นสีดำ ไม่สวมรองเท้า ลักษณะผมสั้นสีขาวทั้งศีรษะ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือบาดแผลผิดปกติ
จากการตรวจสอบทรัพย์สินภายในกระเป๋ากางเกง พบกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาล ภายในมีบัตรประจำตัวประชาชนและเงินสดจำนวน 5,240 บาท ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายนิคม อายุ 75 ปี

ด้านป้าจวง อายุ 64 ปี คนรู้จักผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ผู้ตายมักมานั่งดื่มเบียร์บริเวณใกล้บ้านของตนเป็นครั้งคราว โดยในช่วงเช้าวันเกิดเหตุผู้ตายมานั่งดื่มตั้งแต่ประมาณ 06.00 น. ก่อนจะหายตัวไปช่วงใกล้เที่ยง โดยก่อนหน้านั้นผู้ตายเคยพูดถึงเรื่องความตาย บอกทำนองว่า หากตัวเองเสียชีวิตก็ไม่ต้องสวดหรือเผา ทำให้ตนต้องห้ามปรามและเตือนว่าไม่ควรพูดเป็นลาง
ป้าจวง กล่าวอีกว่า ผู้ตายเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่เคยมีเรื่องกับใคร เดิมเคยประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำงานแล้ว มีภรรยาและลูกสาวแต่แยกกันอยู่ โดยลูกสาวเป็นผู้ส่งเงินให้ใช้จ่ายเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุ ตนคิดว่าผู้ตายเดินทางกลับบ้านไปแล้ว กระทั่งมีคนมาบอกว่าพบชายตกน้ำ จึงออกมาดูและพบว่าเป็นผู้ตาย ทำให้รู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมาก

ขณะที่นายก้วง อายุ 44 ปี ผู้พบศพ เล่าว่า ช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกไปซักผ้า สังเกตเห็นชาวบ้านยืนมุงดูบริเวณริมคลอง จึงจอดรถลงไปตรวจสอบ ตอนแรกคิดว่าสิ่งที่เห็นเป็นตุ๊กตา แต่เมื่อมองชัดๆ พบว่าเป็นศีรษะของคน จึงรีบโทรแจ้ง 191 และประสานหน่วยกู้ชีพกู้ภัยให้เข้าช่วยเหลือ
นายก้วงยังกล่าวว่า หลังเจ้าหน้าที่มาถึงพบว่าร่างผู้เสียชีวิตลอยอยู่บริเวณกลางคลอง จึงนำผ้าดิบมาผูกยึดร่างไว้กับริมคลอง เพื่อป้องกันศพลอยออกไป ขณะเดียวกันชาวบ้านในละแวกดังกล่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยพบศพลอยมาติดบริเวณคลองแห่งนี้มาแล้วประมาณ 2-3 ศพ ทำให้บางคนเกิดความเชื่อว่าอาจเป็น “ตัวตายตัวแทน” ขณะที่ผู้พบศพมองว่าการที่ร่างครั้งนี้ลอยนิ่งอยู่กลางคลองโดยไม่ไหลไปทางใด เป็นเรื่องผิดสังเกต

เบื้องต้น แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบสภาพศพยังไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือบาดแผลภายนอก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4-5 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ต้องนำร่างส่งตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลศิริราช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และเตรียมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบ รวมถึงเส้นทางที่ผู้ตายเดินทางก่อนพบศพ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานประกอบการสอบสวนและคลี่คลายสาเหตุที่แท้จริงต่อไป