ช่วย นศ.สาว ถูกแก๊งคอลสั่งให้หลอกพ่อว่าได้ทุนเรียนต่ออเมริกา บังคับโอนเงินกว่า 1.7 ล้าน แม้พ่อจะเตือนว่าอาจถูกหลอก แต่ลูกไม่เชื่อ

12 ก.ย. 69 – ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยผลปฏิบัติการช่วยเหลือนักศึกษาหญิง อายุ 22 ปี ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกว่าจะมอบทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ ก่อนใช้กลอุบายให้โอนเงินรวม 6 ครั้ง สูญเงินกว่า 1.78 ล้านบาท

คดีดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง เจ้าหน้าที่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ประสานตำรวจ บก.สส.ภ.1 และตำรวจปทุมธานี เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยพบว่าผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดกลัว พูดจาวกวน และถูกคนร้ายควบคุมทางโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง

จากการตรวจสอบพบว่า วันที่ 5 ก.ย. ผู้เสียหายถูกคนร้ายโทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองพิจิตร กล่าวหาว่ามีผู้นำสำเนาบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดบัญชีธนาคารใน จ.พิจิตร และบัญชีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน

แม้ทีแรกผู้เสียหายจะไม่เชื่อ แต่ต่อมาได้รับโทรศัพท์จากคนร้ายอีกราย อ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่เครือข่ายโทรศัพท์ แจ้งว่ามีผู้นำเลขประจำตัวประชาชนผู้เสียหายไปซื้อซิมโทรศัพท์ที่ร้านแห่งหนึ่งใน จ.พิจิตร

เมื่อผู้เสียหายยืนยันว่าไม่เคยเปิดเบอร์ดังกล่าว คนร้ายจึงแนะนำให้แจ้งความกับตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ทำให้ผู้เสียหายติดต่อกลับไปยังตำรวจปลอมรายเดิม ก่อนถูกหลอกว่าต้องโอนเงิน 1 ล้านบาท เข้าบัญชีที่กำหนด เพื่อใช้ตรวจสอบและยืนยันความบริสุทธิ์

แต่เนื่องจากผู้เสียหายไม่มีเงินจำนวนดังกล่าว คนร้ายจึงวางแผนให้ผู้เสียหายไปขอเงินจากพ่อ โดยกำชับให้บอกว่าได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มีเงื่อนไขต้องนำเงิน 1 ล้านบาทไปฝากไว้ในบัญชีธนาคาร เพื่อแสดงและตรวจสอบสถานะทางการเงิน โดยอ้างว่าเป็นเพียงขั้นตอนตรวจสอบ และจะคืนเงินให้หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี

ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงขอเงินจากพ่อ 1 ล้านบาท ให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของตนเอง ก่อนจะโอนเงินจำนวนดังกล่าวต่อไปยังบัญชีของเครือข่ายมิจฉาชีพ

จากนั้นคนร้ายได้เปลี่ยนช่องทางการติดต่อกับผู้เสียหายไปใช้แอปพลิเคชัน Telegram พร้อมสั่งให้โอนเงินเพิ่มเติมอีก 5 ครั้ง ระหว่างวันที่ 7-8 ก.ย. ได้แก่ 9,806 บาท, 590,000 บาท, 16,000 บาท, 4,830.83 บาท และ 162,831.57 บาท ตามลำดับ โดยเป็นเงินส่วนตัวและเงินที่ผู้เสียหายหยิบยืมจากญาติ รวมผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินทั้งสิ้น 6 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 1,783,468.50 บาท

ด้านพ่อของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลังโอนเงิน 1 ล้าน ให้ลูกสาว เกิดมสงสัยว่าบริษัทที่อ้างว่าเป็นผู้มอบทุนการศึกษามีอยู่จริงหรือไม่ จึงค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต พบว่ามีอยู่จริง แต่ข้อมูลบริษัทไม่ตรงกับที่ลูกแจ้ง จึงบอกลูกให้ลูกสาวระมัดระวัง แต่ลูกไม่เชื่อ ออกจากบ้านก่อนขาดการติดต่อไป ด้วยความเป็นห่วงและเชื่อว่าลูกถูกมิจฉาชีพหลอก จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง ให้ตำรวจช่วย

ต่อมาวันที่ 9 ก.ย. เจ้าหน้าที่สืบสวนจนทราบว่าผู้เสียหายพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จึงนำกำลังเข้าช่วยเหลือ โดยผู้เสียหายอยู่ในอาการหวาดกลัวและพูดจาวกวน ตรวจพบภายในห้องพักมีธนบัตรเก่าและเหรียญ ซึ่งเป็นของสะสมของผู้เป็นพ่อจำนวนหนึ่ง รวมทั้งทองคำอีก 3 รายการ จึงนำตัวผู้เสียหายไปยัง สภ.คลองหลวง เพื่อแจ้งความและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน