แก๊งยาอาศัยช่วงน้ำท่วม ขนยาไอซ์หนัก 291 กก. มูลค่า 580 ล้าน แฉวิธีการส่งเป็นทอดๆ
เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น.พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ รอง ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.พัฒน์พงษ์ กื้อมะโน สว.กก.สืบสวน 1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.พิสิฐ เตชะ สว.กก.สืบสวน 1 บก.สส.บช.น.
ร่วมกันจับกุมนายสัมฤทธิ์ อายุ 38 ปี พร้อมด้วยตรวจยึดของกลางยาไอซ์ 291 กิโลกรัม มูลค่า 580 ล้านบาท อาวุธปืน 1 กระบอก โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถกระบะสีขาว 1 คัน จับกุมภายในปั๊มน้ำมัน ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สืบสวนและได้รับข้อมูลจากสายลับว่า ในกทม.จะมีการลำเลียงยาเสพติดไปยังพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้รถยนต์ ต่อมาเวลา 16.30 น. วันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา พบรถกระบะ ทะเบียนพะเยา จอดอยู่ในปั๊มน้ำมัน ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. ขาออก มีนายสัมฤทธิ์ เป็นผู้ขับ ตำรวจจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจค้น
จากการการตรวจค้นพบยาไอซ์ 291 กิโลกรัม บรรจุในลังกระดาษสีน้ำตาล 8 ลัง บรรทุกอยู่ท้ายรถกระบะคันดังกล่าว พร้อมเจออาวุธปืนและกระสุน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
จากการผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ผู้ต้องหารับจ้างวานให้ขนส่งยาเสพติดให้กับเครือข่าย โดยเครือข่ายสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ผู้ต้องหาขนส่งมาแล้วประมาณ 5-6 ครั้ง ได้รับค่าจ้างครั้งละ 100,000 บาท โดยส่งในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.อ่างทอง และจ.ปทุมธานี
วิธีการรับส่งยาเสพติดของเคลือข่ายคือ ผู้ร่วมขบวนการจะนำยาเสพติดใส่ไว้ในรถยนต์แล้วจอดทิ้งไว้ตามจุดนัดหมาย จากนั้นผู้ต้องหาจะไปส่งต่อให้ผู้รับยาเสพติดอีกทอดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นรถบรรทุกสิบล้อ ในครั้งนี้ผู้ต้องหารับยาไอซ์มาจากพื้นที่ จ.ชลบุรี หลังจากนั้นมาส่งต่อให้ผู้รับบริเวณปั๊มน้ำมัน ถ.กาจญาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. แล้วจะนำไปส่งต่อในพื้นที่ภาคใต้ แต่ถูกจับกุมก่อน ส่วนผู้ร่วมขบวนการเครือข่ายยาเสพติดอยู่ระหว่างสืบสวนขยาบผลเพิ่มเติม
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้ให้โทษประเภท1 (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า เป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต (มีทะเบียน) ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย