“พล.ต.ท.นพศิลป์” ลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ รวบหนุ่มจีน หัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด มีเงินเข้าบัญชีเกินกว่า 50 ล้านบาท
วันที่ 2 ต.ค.69 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. สั่งการ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. นำโดย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของ กก.สส.บก.ตม.6 พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 และ กก.2 บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.ท.ภูริศ คำหมื่น สว.กก.2 บก.สส.สตม. สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ ปปส. ทำการจับกุมตัว นายหวัง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ทางการจีนต้องการตัวมากที่สุด
สืบเนื่องจากตำรวจ สตม. ได้รับการประสานงานจากอัครราชทูตที่ปรึกษาด้านควบคุมยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ประจำกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าผู้ต้องรายดังกล่าวมีพฤติการ์ณเป็นนักลงทุนและจัดหายาเสพติดให้กับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ มีการลักลอบจัดหาและส่งออกยาเสพติดและกัญชาซึ่งการลักลอบส่งออกแต่ละครั้งเกินกว่า 80 กิโลกรัม โดยขนส่งทางเรือไปยังประเทศจีนเพื่อนำไปจำหน่ายในประเทศจีนที่มีราคาสูงกว่าประเทศไทยเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบระบบไบโอเมตริกพบว่าบุคคลดังกล่าว ได้เดินทางเข้าที่ประเทศไทยผ่านด่าน ตม.จว.สตูล วันที่ 22 มิ.ย.69 ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยถึงวันที่ 20 ส.ค.69 และได้ยื่นขออยู่ต่อ โดยจะครบกำหนดอนุญาตวันที่ 8 ต.ค.69 ปัจจุบันการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยยังไม่สิ้นสุดและจากการสืบสวนเชื่อได้ว่า ได้ไปหลบซ่อนอยู่ตามที่พักต่างๆ ใน จ.สตูล และกรุงเทพมหานคร จนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปหลบซ่อนอยู่ที่บ้านหรูแห่งหนึ่งในย่านกรุงเทพกรีฑา จึงได้วางแผนตรวจค้นและจับกุมตัว
จากการตรวจสอบภายในบ้านพบ นายหวัง และหญิงชาวไทย พร้อมตรวจยึด โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชี บัตรกดเงินสด รวมกว่า 13 รายการ เพื่อไปตรวจสอบ และจากการตรวจสอบบัญชีของ นายหวัง เบื้องต้นพบว่าในช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนมีเงินโอนเข้าบัญชีกว่า 50 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะได้ทำการขยายผลต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ตม. ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522
พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบาย ของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. ที่ยังคงเน้นย่ำในการปราบปรามการกระทำความผิดของคนต่างชาติและรวมทั้งการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับสากลอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีหรืออาชญากรข้ามชาติ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ