ดส.จับพ่อค้าหนุ่ม พร้อมแอดมิน ขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ซุกของกลางกว่า 6,600 ชิ้น เล็งใกล้มหาวิทยาลัยดังย่านบางเขน

เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2569 พ.ต.อ.ธนโชติ ฤกษ์ดี รรท.ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ และ พ.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร์ รอง ผกก.ดส.บช.น สั่งการให้ พ.ต.ท.หญิง ชาดา เสสะเวช สว.กก.ดส. ร.ต.อ.คมสัน เข็มทอง ร.ต.อ.พิชญ์พงษ์ พลายบัว ร.ต.อ.รักศักดิ์ เกิดแก้ว ร.ต.อ.คาเชน ปิตินันท์กุล รอง สว.กก.ดส. และชุดสืบสวน กก.ดส. ร่วมจับกุมนายก้องภพ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี น.ส.เอมมาลิน (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี น.ส. ชลธิชา (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี พร้อมของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 6,600 ชิ้น

และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ในการดำเนินการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยจับกุมได้ที่ อาคารพาณิชย์ ซอยพหลโยธิน 46 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา

ภายหลังจาก ชุดสืบสวนกก.ดส. ดำเนินการสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากการสืบสวนขยายผลกสรตรวจสอบ พบว่ามีบัญชี LINE ชื่อ “PKMร้านพี่เปรมSPU&KU” และกลุ่ม LINE OpenChat ชื่อ “PKM – ร้านพี่เฟรมเจ้าเก่า V1” มีสมาชิกกว่า 2,800 คน โดยมีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ มีแอดมินคอยตอบแชท รับออเดอร์ และจัดส่งสินค้าผ่านไรเดอร์ตลอด 24 ชั่วโมง

จึงได้ทำการสืบสวนหาข่าว จนทราบสถานที่ที่ใช้ในการจำหน่าย และจัดเก็บสินค้า ก่อนขออนุมัติหมายค้นจากศาล ภาษีอากรกลาง เพื่อเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ดังกล่าว พร้อมขยายผลเข้าตรวจค้นห้อง A5 ภายในอาคารดังกล่าว โดยมีนายก้องภพ เป็นผู้นำตรวจค้นภายในห้อง

จากการตรวจค้นพบแท็บเล็ตที่มีบัญชี LINE และกลุ่ม LINE OpenChat ที่ใช้ในการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งพบบัญชีเงินฝาก ที่ใช้สำหรับรับโอนเงินจากการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า

จากการสอบถาม นายก้องภพ ให้การยอมรับว่าเป็นเจ้าของบัญชี LINE ชื่อ “PKMร้านพี่เปรมSPU&KU” และใช้บัญชีดังกล่าวในการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยยอมรับว่าเป็นเจ้าของร้านและดำเนินการเพียงผู้เดียว

จากนั้น นายก้องภพให้การเพิ่มเติมว่า ได้เช่าห้องสำหรับเก็บสินค้า โดยรับของมาจากพ่อค้าชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และมีแอดมินทำงานอยู่ภายในห้อง A1 ซึ่งอยู่ภายในอาคารเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้น และจับกุมจึงเข้าตรวจค้น ภายในห้องดังกล่าว พบ น.ส.เอมมาลิน และ น.ส.ชลธิชา ทำหน้าที่เป็นแอดมินตอบแชท รวมทั้งทำหน้าที่แพ็กบุหรี่ไฟฟ้าใส่ถุง และเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันเพื่อจัดส่งสินค้า โดยได้รับค่าจ้างจากนายก้องภพ

จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 6,600 ชิ้น พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ในการดำเนินการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเลือกเก็บของใกล้สถานศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังย่านบางเขน เพื่อง่ายต่อการขายวัยรุ่น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้น จำหน่าย พาไปเอาเสียรับจำนำหรือรับไว้, ร่วมกันขายสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 ก่อนทำการตรวจยึดของกลาง และนำตัวส่ง สน.บางเขน เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน