ตำรวจนครบาล ช่วยเหลือเหยื่อนักศึกษาถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกให้ขังตัวเอง ใช้กาแฟผสมน้ำหวาน ตบตาเป็นคราบเลือด เพื่อเรียกค่าไถ่จากผู้ปกครอง โชคดีครอบครัวรู้ทันแจ้งความ

เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านปทุมวัน ว่านักศึกษารายดังกล่าวหายไปจากที่พัก และพยายามทำร้ายตัวเอง ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามช่วยเหลือ

ต่อมา พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.6 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบนครบาล IDMB, กก.สส.บก.น.6, สน.ปทุมวัน ร่วมทำการสืบสวนติดตาม จนกระทั่ง เวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบตัว นักศึกษาผู้เสียหายรายดังกล่าว มาเปิดห้องพักอยู่เอง ที่หอพักในซอยศาสนา ย่านพญาไท จึงได้ทำการช่วยเหลือ

ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือ พบว่าผู้เสียหายยังคงอยู่ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับกลุ่มมิจฉาชีพ กระทั่งคนร้ายทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าถึงตัวผู้เสียหายแล้ว จึงรีบตัดสายและยุติการติดต่อทันที

จากการสอบถาม ทราบว่าเมื่อวันที่ 16 ต.ค. นักศึกษาผู้เสียหายรายดังกล่าว ถูกกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์ติดต่อ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ แจ้งว่ามีบุคคลนำข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียหายไปใช้เปิดหมายเลขโทรศัพท์ และนำไปกระทำความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงและฟอกเงิน โดยคนร้ายสามารถแจ้งเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เสียหายได้อย่างถูกต้อง ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหลงเชื่อ

ต่อมากลุ่มคนร้ายได้โอนสายให้บุคคล ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยอ้างว่าเป็นผู้รับผิดชอบคดี และให้ผู้เสียหายติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ในห้องสนทนาชื่อ ห้องสอบสวน ก่อนใช้อุบายข่มขู่ และกดดันให้ผู้เสียหายโอนเงิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน และแสดงความบริสุทธิ์ใจ

ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินให้กลุ่มคนร้ายรวม 36,000 บาท จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้สั่งให้ผู้เสียหายเดินทางออกจากที่พักประจำ ไปเช่าห้องพักรายวันแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร พร้อมสั่งให้ปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้งานตามปกติ และเปิดใช้หมายเลขใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ครอบครัว หรือบุคคลใกล้ชิดสามารถติดต่อได้

นอกจากนี้ คนร้ายยังหลอกขอรหัสยืนยันการเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน LINE จนสามารถเข้าควบคุมบัญชีของผู้เสียหาย และนำไปใช้ติดต่อหลอกลวงครอบครัวอีกทางหนึ่ง

ภายหลังกลุ่มคนร้ายทราบว่าผู้เสียหายไม่มีเงินเหลือ จึงเปลี่ยนแผนโดยสั่งให้ผู้เสียหายติดต่อบิดามารดา อ้างว่าได้รับทุนการศึกษาเพื่อเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ และจำเป็นต้องใช้เงินประมาณ 200,000 ถึง 300,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทุนการศึกษาดังกล่าว

ต่อมาคนร้ายยังสั่งให้ผู้เสียหายสร้างสถานการณ์ เสมือนถูกทำร้ายและกักขัง โดยใช้น้ำหวานสีแดงผสมกาแฟทาบริเวณร่างกาย และผนังห้องให้มีลักษณะคล้ายคราบเลือด เพื่อสร้างความหวาดกลัวและกดดันให้ครอบครัวหลงเชื่อโอนเงินเพิ่มเติม

ด้านผู้ปกครองของผู้เสียหาย เกิดความสงสัยเกี่ยวกับการได้รับทุนการศึกษา จึงประสานอาจารย์ของมหาวิทยาลัย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนทราบว่าไม่มีการได้รับทุนการศึกษาตามที่กล่าวอ้าง จึงเชื่อว่าบุตรของตน กำลังตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพ และเร่งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการช่วยเหลือในที่สุด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงรูปแบบการหลอกลวงของกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมุ่งเป้าไปยังนักศึกษามหาวิทยาลัย โดยหลอกลวงว่าเข้าไปพัวพันกับคดี และนำไปสู่การหลอกลวงให้โอนเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินอื่นๆ ต่อไป หากได้รับโทรศัพท์และการข่มขู่ในลักษณะดังกล่าว ให้ทำการตัดสายทิ้งทันที เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน