ทลายแก๊งหลอกซื้อ รถหรู ขอลองรถก่อนแอบสลับกุญแจ ติด GPS แล้วย้อนขโมย รวบผู้ต้องหาทำหน้าที่รับช่วงรถเปลี่ยนป้ายทะเบียนอำพราง
วันที่ 2 พ.ย. 2569 พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.น.9 และ พ.ต.อ.วิชยานนท์ เอกตาแสง ผกก.สน.ท่าข้าม
รับรายงานจาก พ.ต.ท.ธนกร จันรอด รอง ผกก.สส.สน.ท่าข้าม และ พ.ต.ท.บัญชา ปิยะศักดิ์สกุล สว.สส.สน.ท่าข้าม ร่วมกันจับกุม นายณัฐสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกล) อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี

แก๊งหลอกซื้อ รถหรู แอบสลับกุญแจ ติด GPS ก่อนย้อนขโมย
ข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ บริเวณหน้าห้องพักคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ริมถนนบอนด์สตรีท ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
สืบเนื่องจาก ผู้เสียหายอายุ 44 ปี แจ้งความ สน.ท่าข้าม ว่า รถยนต์ Mercedes-Benz E250 CGI Saloon สีดำ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ถูกลักไปจากบ้านพักหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งในซอยอนามัยงามเจริญ 25 แยก 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบรถถูกนำไปพื้นที่เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี มีการถอดเปลี่ยนทะเบียนอำพราง ต่อมาติดตามตรวจยึดรถยนต์ได้บริเวณลานจอดรถ สน.เตาปูน ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ก่อนขยายผลตรวจค้นห้องพักพบเอกสารและชิ้นส่วนรถรวม 43 รายการ
พล.ต.ต.สามารถ เผยพฤติการณ์ว่า กลุ่มคนร้ายวางแผนลักรถยนต์ล่วงหน้า โดยตรวจพบประกาศขายรถของผู้เสียหายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แล้วติดต่อขอขอดูรถ จากนั้นใช้ออุบายขอตรวจกุญแจ 2 ดอก ก่อนสับเปลี่ยนกุญแจและแอบติดตั้งอุปกรณ์ติดตาม GPS ไว้

ต่อมาย้อนกลับมาใช้กุญแจสับเปลี่ยนลักรถยนต์ออกจากบ้านพัก การทำงานแบ่งเป็น 3 หน้าที่ ได้แก่ ผู้ติดต่อดูรถสับเปลี่ยนกุญแจติด GPS, ผู้ลงมือลักรถ และผู้รับช่วงรถยนต์ คือ นายณัฐสิทธิ์ ผู้ต้องหาทำหน้าที่รับช่วงรถและเปลี่ยนป้ายทะเบียนเพื่ออำพราง ก่อนนำส่งต่อบุคคลอื่นในขบวนการ
จากการตรวจค้นห้องพัก พบยาไอซ์ 3 ถุง น้ำหนักรวม 1.92 กรัม เครื่องกระสุนปืน 9 มม. 16 นัด เครื่องกระสุนปืน .45 จำนวน 3 นัด และกระเป๋าสะพายข้างสีดำ
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหารวม 4 ข้อหา ได้แก่ ลักทรัพย์ในเคหสถานเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ, มียาเสพติดประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอง, เสพยาเสพติดประเภท 1 และมีเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ดำเนินคดี