สตม.แถลง จับหนุ่มอุบล ตุ๋นต่างด้าว – แก๊งชาวจีน ขายแมสก์เกินราคา

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ห้องศูนย์ TIC ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคายร่วมกันจับกุมนายราช อายุ38ปี

หลังมีนายจ้างและลูกจ้างชาวลาวแจ้งว่ามีเพจ คนอุบลแดนอีสานใต้ โพสต์ข้อความทำนองว่า สามารถพากลับประเทศได้ผ่านทางด่านช่องเม็กและหนองคาย ค่าใช้จ่ายคนละ2,500-3,000บาท รวมเสียค่าใช้จ่ายให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วด้วย

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายราช แต่ได้ไปประกอบอาชีพขับจักรยานยนต์รับจ้างที่สมุทรสาคร จึงเข้าจับกุมพร้อมดำเนินคดีนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์

สำหรับการหลอกลวงดังกล่าว เนื่องจากนายราชมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์และมักมีคนว่าจ้างให้พาไปยื่นเรื่องกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ทำให้รู้ช่องทางที่จะกระทำความผิด จากการสอบปากคำนายราชรับสารภาพว่า ทำไปเพราะทราบว่า จะมีการเปิดด่านพรมแดนในวันที่17พ.ค.นี้

ขณะเดียวกันตำรวจจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย2 คน ได้แก่นายไพทูล และนายธีรวุฒิ ขณะขับรถขนแรงงานต่างชาติชาวกัมพูชา รวม 15 คน จากประเทศกัมพูชา เพื่อมาทำงานในประเทศไทย

หลังสืบทราบว่าขบวนการนี้จะขนแรงงานต่างด้าวผ่านบริเวณตำบลทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ตำรวจจึงคุมตัว2ผู้ต้องหาชาวไทย แจ้งข้อหาพาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ส่วนแรงงานชาวกัมพูชาอีก 15 ราย แจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

นอกจากนั้นตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 4 จับกุม MR.Sanaleonel Eonel อายุ 37 ปี ชาว เเคเมอรูน ที่อยู่ในประเทศไทยเกินเวลากำหนดตามกฎหมาย เป็นเวลา 5 ปี และฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกนอกเคหะสถานหลังเวลา 22.00 น. จับได้ที่อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หลังพบเป็น1ในขบวนการปลอมแปลงเอกสารเพื่อใช้แสดงต่อตำรวจตรวจคนเข้าเมืองขอนแก่น ทำให้เพื่อนร่วมชาติลักลอบอาศัยอยู่ในประเทศไทย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ดำเนินคดี

ขายแมสก์เกินราคา

โดยทั้งนี้ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานสามารถจับกุมผู้กักตุนและจำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาได้เรื่อยมา แต่ก็ยังพบผู้กระทำความผิดเช่นนี้อยู่ เช่น ล่าสุดเป็นการสืบสวนขยายผลมาจากการจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนชื่อ นายหยางซึง เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมของกลางหน้ากากอนามัย15,000ชิ้น

เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นบ้านพักซอยรัชดา13 พบหน้ากากอนามัยกว่า 10,000 ชิ้น มีนายอาแพ่ะ (นามสมมติ) อายุ39ปี แสดงตัวเป็นผู้ครอบครอง ให้การว่า สั่งซื้อมาจากเพื่อนชาวจีนเพื่อนำมาขายให้กับลูกค้าในประเทศไทย

แต่ไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้วางแผนให้นายอาแพ่ะสั่งซื้อหน้ากากอนามัยเพิ่มเติมจากเพื่อนชาวจีนอีกจำนวน 24,000 ชิ้นในราคาชิ้นละ 11 บาทและนัดรับสินค้ากันที่ลานจอดรถบริเวณซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 11

จึงสามารถจับกุมอีก2ผู้ต้องหาที่รับสารภาพว่า ลักลอบจำหน่ายหน้ากากอนามัยให้กลุ่มลูกค้าสูงเกินราคาจริง ทั้งหมดจึงถูกดำเนินคดีตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 ในข้อหาขายเกินราคาควบคุมมีโทษจำคุกไม่เกิน5ปี ปรับไม่เกิน1แสนบาท ,ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย มีอัตราโทษปรับไม่เกิน1หมื่นบาท

ข้อหาขายแพงเกินสมควร มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน7ปี ปรับไม่เกิน1.4แสนบาท หากเป็นผู้นำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายจะต้อฝแจ้งปริมาณการถือครองกับกรมการค้าภายใน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน1ปี ปรับไม่เกิน20,000 บาทด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน