จากกรณีพบศพ นายพิธยุทธ โพธิ์ภักดี อายุ 42 ปี เสียชีวิตอยู่บนรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน บพ-8390 เพชรบุรี ตกลงไปข้างทาง โดยผู้ตายสภาพใบหน้าบวมปูด จมูกคล้ายถูกของแข็งทุบ และมีแผลใต้คาง เบื้องต้นอาจถูกฆาตกรรม เพราะรถไม่มีร่องรอยบความเสียหาย เหตุเกิดริมถนนสายบายพาสชะอำ-ปราณบุรี ขาล่องใต้ ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว หนุ่มกระบะตกข้างทาง รถไร้ร่องรอย กลับเป็นศพสยองที่หน้า ประตูซ้ายรอยเลือดติด
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 14 ก.ค. น.ส.เยาวภา โพธิ์ภักดี อายุ 42 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี น้องสาวของ นายพิธยุทธ เปิดเผยว่า ญาติไม่เชื่อว่า อุบัติเหตุดังกล่าวจะทำให้เสียชีวิต เพราะสภาพรถไม่มีร่องรอยการชน และมีคราบเลือดเป็นทางนอกรถ เหมือนอุ้มร่างขึ้นมาวางไว้บนรถ อีกทั้งสภาพรถก็จอดเข้าเกียร์หนึ่ง พนักงานสอบสวนจึงให้ส่งศพผ่าพิสูจน์ที่ ร.พ.พระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี
ซึ่งแพทย์ชันสูตรให้เหตุผลว่า ถ้าผู้ตายเสียชีวิตภายในรถจากอุบัติเหตุจริง จากสภาพบาดแผลที่ใบหน้าและที่บริเวณคาง ข้าวของในรถจะต้องกระจัดกระจาย และต้องมีเลือดกระเซ็นติดที่หน้ารถ แต่สภาพศพกลับนอนคว่ำหน้าลำตัวพาดไปยังที่นั่งข้างคนขับ และมีเลือดออกกองที่พื้นวางเท้าจำนวนมาก แพทย์บอกว่ามีบาดแผลที่ใต้ดวงตาและคางฉกรรจ์ แต่ไม่พบร่องรอยเลือดกระเซ็นภายในรถ จึงไม่น่าจะเสียชีวิตภายในรถ
ขณะที่ นางอุไร ยอดทอง อายุ 53 ปี แม่ยายของผู้ตาย กล่าวว่า คืนเกิดเหตุก่อนลูกเขยเสียชีวิต ได้สะกดรอยตามเมียตัวเองไป และพบว่านั่งกินข้าวอยู่กับชายอื่น ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ระแคะระคายมานานว่าแอบติดต่อกันอยู่ จึงโกรธและเข้าไปตบเมียแล้วทะเลาะกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะยกรถจยย.ที่เมียขี่ออกไปขึ้นรถและกลับมาที่บ้านแม่ยาย จากนั้นก็นอนที่นั่น ส่วนลูกสาวตนกลับไปพักที่ห้องเช่า
กระทั่งมีโทรศัพท์หรือไลน์เรียกเข้ามา ก่อนที่ผู้ตายจะหายออกไป กระทั่งใกล้สว่างจึงได้ข่าวว่า ลูกเขยประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนก็ยังงงๆ แต่ทั้งลูกเขยและลูกสาวเขาทะเลาะกันเกี่ยวกับฝ่ายชายไปมีเมียน้อย ฝ่ายหญิงก็เลยประชดเหมือนกัน เราเองก็เตือนลูกสาวจน ลูกสาวโกรธและเกิดเรื่องทะเลาะกันขึ้น โดยลูกสาวตนไม่คุยกับตนเลยนาน 2 ปี เพราะว่าเราไปเข้าข้างลูกเขย ส่วนตนได้เห็นสภาพรถและศพลูกเขย จึงพูดขึ้นมาเลยว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ ลูกเขยถูกตีตายมาแล้วแล้วนำศพมาไว้ในรถ