สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงยุติธรรม เปิดแผนปฏิบัติการต่อสู้กับยาเสพติด ปี64 รับต้องแก้การทำสำนวนยึดทรัพย์ พบหลายคดี มูลค่าทรัพย์สินหายกว่าครึ่ง
มื่อวันที่ 27 พ.ย. 2563 ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2564 พร้อมชมผลงานการจับกุมของตำรวจ บช.ปส. ที่สามารถยึดทรัพย์สินรถจยย. บิ๊กไบค์ 39 คัน อุปกรณ์ตกแต่งรถจยย. 17 รายการ เงินฝาก 14 บัญชี รถยนต์ โตโยต้า อัลพาร์ด 1 คัน รถยนต์ ออดี้ อาร์8 1 คัน สิ่งปลูกสร้างไม่รวมที่ดิน 1 หลัง รวมของกลางประมาณ 26 ล้านบาท
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนมาทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นผอ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงานร่วมบูรณาการการทำงานร่วมกัน แนวทางในการปราบปรามยาเสพติด คือการตัดวงจร ยึดทรัพย์ การกระทำผิดยาเสพติด โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา สามารถตัดวงจรยาเสพติด ยึดทรัพย์ เกี่ยวกับยาเสพติดได้กว่า 700 ล้านบาท
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ถึงวันนี้ความชัดเจนในเรื่องการทำงาน ได้กำหนดนโยบายไว้ 4 แนวทาง โดยดูจากทรัพย์สินว่าได้มากน้อยแค่ไหน นั้นจะเป็นดัชนีชี้วัด และการได้ทรัพย์สินต้องพิจารณาว่าจะใช้กฎหมายอะไร ในทางที่ 1 คือ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ.2534
แนวทางที่ 2 ถ้าพ.ร.บ.มาตรการ ไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องใช้พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาดำเนินการ หากกฎหมายดังกล่าวไม่สามารถทำลายเครือข่ายยาเสพติดได้ ต้องใช้กฎหมายพ.ร.บ.ของกระทรวงการคลัง และพ.ร.บ.สรรพากร มาดำเนินการตามกฎหมาย กฎหมายทั้ง 4 ฉบับนี้จะเป็นแนวทางและดัชนีชี้วัดที่ต่างจากเดิม
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากเดิมที่พิจารณาจากจำนวนยาเสพติด แต่จากนี้จะเปลี่ยนแนวทางในการใช้มาตรการทางกฎหมายมาดำเนินการกับผู้ค้ายาเสพติด อาจจะต้องร่วมมือกับคณะกรรมการ คตส. ซึ่งแต่เดิมการทำสำนวนการสอบสวนเป็นความเกี่ยวข้องระหวาางตำรวจและป.ป.ส. เท่านั้น
บางครั้งจับกุมได้ 200 ล้านบาท แต่กลับทำสำนวนได้เพียง 100 ล้านบาท ซึ่งไม่สัมพันธ์กัน ต้องดูตรงนี้ให้ลึกลงไป หากไม่สามารถทำได้ในกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่ง ต้องอาศัยกฎหมาย พ.ร.บ. ป.ป.ง. ดำเนินการ
นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ความคืบหน้าการตรวจพิสูจน์สารเสพติดจำนวน 11 ตัน ขณะนี้ได้เชิญหน่วยงานป.ป.ส. กองพิสูจน์หลักฐาน และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 3 หน่วยงานไปร่วมตรวจพิสูจน์ ทำการเก็บตัวอย่างทุกอย่างหมดแล้ว จำนวน 400 กว่ากระสอบ ผลการทดสอบ 2 ขั้นตอนจากการทดสอบในน้ำยาเบื้องต้นผลออกมาเป็นสีม่วง เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าไม่มีการสับเปลี่ยนของกลาง
หลังจากนั้นจะตรวจขั้นที่ 2 โดยที่แต่ละหน่วยงานเก็บตัวอย่างไปกระสอบละ 1 หน่วย ทั้ง 3 หน่วยงาน เพราะฉะนั้นทุกหน่วยงานจะต้องตรวจครบทั้ง 400 กระสอบ ขณะนี้ป.ป.ส. ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีสาร 2 ตัว คือสารไตรโซเดียมฟอสเฟต กับแคลเซียมคาร์บอเนตโดยขณะนี้ยังไม่พบสารเคตามีน จะต้องรอผลตรวจสอบจากอีก 2 หน่วยงาน ทั้งนี้ขอใช้เวลาเพื่อตรวจสอบให้ครบทุกกระสอบต่อไป