ศปอส.ตร. แถลงโชว์ผลงาน ไล่ล่าอาชญากรรมไซเบอร์ ตลอด 1 ปี รวบทีมแอดมินเว็บพนันดัง 4 เว็บไซต์ และคดีแอบอ้างบุคคลดัง เปิดเฟซบุ๊ก และคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
วันที่ 1 ธ.ค. 2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ในฐานะผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) พร้อมพล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบช.สตส. พล.ต.ท.ชวลิต แสวงพืชน์ ผบช.สทส.
พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จตร. พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบช.น. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนาถ ผบก.สส.สตม. เจ้าหน้าที่ศปอส.ตร. ร่วมกันแถลงสรุปผลการจับกุมผู้กระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศในรอบปีที่ผ่านมา
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2562 ถึง 30 ก.ย. 2563 ได้รับแจ้งความจำนวน 244 ราย แบ่งเป็นศปอส. ดำเนินการ 72 ราย สถานีตำรวจดำเนินการ 172 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 40,000 ล้านบาท ยึดทรัพย์ประกอบคดีมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ยึดทรัพย์ประกอบคดีมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
ส่วนช่วงวันที่ 1 ต.ค. 2563 ถึง 30 พ.ย. 2563 รับแจ้งความ 59 ราย แบ่งเป็นศปอส. ดำเนินการ 16 ราย จับกุมแล้ว 6 ราย อยู่ระหว่างดำเนินคดี 10 ราย สถานีตำรวจดำเนินการ 41 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท เป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับพนันออนไลน์ จำนวน 19 เว็บไซต์ จับกุม 117 ราย ยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 77 ล้านบาท พบยอดเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้มีการจับกุมคดีที่น่าสนใจหลายคดี เช่น จับกุมผู้ต้องหาใช้รูปเน็ตไอดอลสาวคนดังเปิดเฟซบุ๊กหลอกให้โอนเงิน จับกุมผู้ต้องหาหลอกขายสินค้าแบรนด์เนม ผู้ต้องหาแชร์บ้านตุนตังค์เข้ามอบตัว จับกุมผู้ต้องหาใช้แอพพลิเคชั่นไลน์หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน จับกุมการพนันออนไลน์ รวมถึงเตือนภัยการหลอกลวงออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีกลุ่มยูทูปเบอร์ที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการมาร่วมเตือนภัยสังคม

ผู้ต้องหาหลอกลงทุนกับกลุ่มแชร์ “บ้านตุนตัง” เสียหาย 100 ล้านบาท
พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่า โดยคดีแรกได้จับกุมนายนิตินัย ขุนทอง อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1508/2563 ลงวันที่ 5 ต.ค. 2563 ก่อเหตุโดยใช้แอพพลิเคชั่นไลน์หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าสินค้า มีผู้เสียหาย 20 คน มูลค่าความเสียหาย 8 แสนบาท โดยจับกุมได้ที่ต.บางเป้า อ.กันตรัง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2563
จากนั้นวันที่ 24 พ.ย. 2563 ได้ขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการคือนายฤทธิไกร โภคา อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่จ.1780/2563 ลงวันที่ 23 พ.ย. 2563 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตน เป็นคนอื่น , รับของโจร , นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมฯ” จับกุมตัวได้ที่บริเวณเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวต่อว่า ส่วนการจับกุมการพนันออนไลน์ ได้จับกุม 2 เว็บไซต์พนันดัง โดยเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2563 ตํารวจศปอส.ตร. และสตม. ได้นําหมายค้นศาลแขวงเชียงราย ตรวจค้น 2 จุด คือรีสอร์ท 2 แห่งในจ.เชียงราย จับกุมผู้ต้องหา 15 คน พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 15 เครื่อง
ส่วนในพื้นที่จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้น 3 จุด ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชักชวนให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ผ่าน 2 เว็บไซต์ ผลการตรวจค้นได้จับกุมแอดมินเว็บพนัน และเจ้าหน้าที่บัญชี รวมผู้ต้องหา 16 ราย พร้อมตรวจยึด เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี 6 เครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 1 เครื่อง จอคอมพิวเตอร์ 8 จอ โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง บัญชีธนาคาร 3 บัญชี และบัตรเอทีเอ็ม 1 ใบ มีเงินหมุนเวียน ในระบบประมาณ 15 ล้านบาท
นอกจากนี้ศปอส.ตร.ได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่าน.ส.ปิยพร หรือนีรัชภรณ์ อักษร หรือฟูวุฒิ อายุ 29 ปี ได้มาชักชวนให้ร่วมลงทุนกับกลุ่มแชร์ “บ้านตุนตัง” ซึ่งมีน.ส.ปิยพร เป็นเท้าแชร์ เปิดให้ลงทุนทั้งแบบเงินออมและออมทองที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยรูปแบบการลงทุนรูปแบบเงินออม จะเหมือนการฝากเงิน มีทั้งเงินออมแบบ 3 วัน 5 วัน 7 วัน 1 เดือน และ 3 เดือน
เมื่อถึงกําหนดจะได้ดอกเบี้ยร้อยละ 30 ถึงร้อยละ 300 ต่อเดือน ส่วนการออมทองจะเป็นลักษณะการซื้อทองในราคาถูก ซึ่งน.ส.ปิยพร อ้างว่าสามารถซื้อทองคําได้ในราคาบาทละประมาณ 10,000–13,000 บาท จากนั้นให้ผู้เสียหายจะฝากให้น.ส.ปิยพร ขายเพื่อเก็งกําไร ซึ่งช่วงแรกได้รับผลตอบแทนตามที่ตกลงไว้ โดยเฉพาะทองรูปพรรณและทองแท่งที่ได้มาจริง ๆ และเมื่อนําไปขายต่อก็เป็นทองแท้ได้ราคาเต็ม
จากนั้นจึงเพิ่มการลงทุนไปเรื่อย ๆ พร้อมทั้งเข้าเป็นแม่ทีมหาสมาชิกเพิ่ม ต่อมาก็ไม่จ่ายผลตอบแทนเงินออมและมอบทองให้กับสมาชิกที่ลงทุนไป และไม่สามารถติดต่อน.ส.ปิยพร ได้อีกเลย สมาชิกที่ได้รับความเสียหายในจ.เชียงใหม่ จึงรวมตัวกันเข้าแจ้ง ความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวนสภ.สารภี มีผู้เสียหายกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
ต่อมาพนักงานสอบสวนสภ.สารภี ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคําร้องต่อศาลจ.เชียงใหม่ อนุมัติหมายจับเลขที่ จ.511/2563 ลงวันที่ 28 ส.ค. 2563 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน และกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” ต่อมาน.ส.ปิยพร ได้เข้ามอบตัวที่สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2563
ต่อมาคือคดีเน็ตไอดอล จับกุมนายอนุสรณ์ ทองปุ่น อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจ.สมุทรปราการที่ จ.488/2563 ลงวันที่ 12 พ.ย. 2563 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ” หลังผู้ต้องหาได้นําภาพในอินสตราแกรมของผู้เสียหายไปใช้ในการเปิดบัญชีเฟซบุ๊กปลอม และส่งข้อความขอยืมเงินจากบุคคลอื่น จํานวนหลายราย พบมีผู้เสียหายกว่า 100 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 170,000 บาท
สำหรับคดีนี้ทางผู้เสียหายซึ่งเป็นเน็ตไอดอลชื่อน.ส.นัฏฐิกานต์ อัศวมงคลพันธุ์ หรือ คุณพลอยแพรว ซึ่งไม่มีบัญชีเฟซบุ๊ก คนร้ายจึงนำภาพมาใช้ปลอมหลอกคนในเฟซบุ๊กแทน โดยในอินสตราแกรมน.ส.นัฏฐิกานต์ มียอดผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน ได้นำดอกไม้และกระเช้ามาขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ

น.ส.นัฏฐิกานต์ อัศวมงคลพันธุ์ เจ้าของบัญชีอินสตราแกรม ถูกนำรูปไปแอบอ้างเปิดเฟซบุ๊ก
อีกคดีที่น่าสนใจคือคดีที่น.ส.กุลธิดาลักษณ์ เจริญเนตร อายุ 34 ปี กรรมการบริษัท เซเลบ แบรนด์เนม จํากัด ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกก.1 บก.ปคบ. ในความผิดฐาน “ฉ้อโกง ประชาชน” หลังผู้ต้องหาได้ลงรูปประกาศขายสินค้าแบรนด์เนมในเพจเฟซบุ๊ก Celebrity Brandname มีผู้ซื้อจํานวนหลายรายโอนเงินชื้อสินค้าและไม่ได้รับสินค้า
อันมีลักษณะที่มีพฤติการณ์เป็นการหลอก หรือจูงใจ ให้บุคคลทั่วไปที่ใช้วิธีการชื้อของผ่านระบบอินเตอร์เน็ตสื่อโซเชียล หลงเชื่อ และโอนเงิน เพื่อซื้อสินค้าที่ผู้ต้องหาเสนอขายสินค้าประเภทมือสอง เมื่อผู้ต้องหาได้รับโอนเงินแล้วกลับไม่ดําเนินการส่งสินค้าให้ผู้ชื้อ โดยกระทําต่อเนื่องจนมีผู้เสียหาย 48 ราย มูลค่าความเสียหาย 5.2 ล้านบาท