พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. แถลง จับต่างด้าว 4 คดี ทั้งลอบขนคนเข้าเมือง-ปล่อยกู้ดอกโหด
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 ส.ค. 2564 พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผบก.ตม.4 ร่วมแถลงข่าวการจับกุม คดีสำคัญๆรวม 4 คดี
คดีแรก กก.สส.บก.ตม.4 ร่วมกับ ตม.จว.อุดรธานี จับกุมตัว MR.MAI อายุ 26 ปี สัญชาติเวียดนาม ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุดรธานี ข้อหา เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน
โดย MR.MAI หรือฉายาว่าไอ้เล็ก เป็นหัวหน้าขบวนการลักลอบขนคนต่างด้าวสัญชาติเวียดนามเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายในราชอาณาจักร เคยถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้มีโทษทั้งจำทั้งปรับ มาแล้วถึง 2 ครั้ง
หลังพ้นโทษได้รับการปล่อยตัวได้หลบหนีไปซ่อนตัว ในพื้นที่ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงประสาน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.อุดรธานี เข้าทำการจับกุม ตัวไว้ได้ ส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
คดีที่สอง ตม.ขอนแก่น ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ปูพรมตรวจสอบสถานประกอบการที่สุ่มเสี่ยงต่อการนำแรงงานต่างด้าวที่มาจากพื้นที่จังหวัดเสี่ยงแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาทำงานโดยผิดกฎหมาย

ซึ่งจากการตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรในพื้นที่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 6 ราย ถือหนังสือเดินทางที่มีตราประทับขออยู่ต่อ
ในราชอาณาจักร ของ ตม.จว.ปทุมธานี
แต่เมื่อตรวจสอบโดยละเอียดแล้วพบว่าตราประทับวันอนุญาตของ ตม.จว.ปทุมธานี ไม่ถูกต้องจากการตรวจสอบผ่านระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) ไม่พบการขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรตามที่ได้มีปรากฎในตราประทับในหนังสือเดินทางแต่อย่างใด จึงได้ประสานไปยัง ตม.จว.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่าเป็นของปลอม
จากการสอบสวนนายจ้างของบุคคลต่างด้าวซึ่งเป็นคนไทยทราบว่า ได้ว่าจ้างผู้อื่นให้ไปดำเนินการขออนุญาตให้ไม่รู้ว่าเป็นตราประทับปลอม จึงได้แจังข้อหา แรงงานต่างด้าวทั้ง6 คนในข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด
และเป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชามีและใช้เอกสารปลอม (ตราประทับวันอนุญาตอยู่ต่อ) นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นดำเนินคดี พร้อมเร่งรัดสืบสวนขยายผลหาตัวการขบวนการปลอมตราประทับเพื่อมารับโทษทางกฎหมายต่อไป
คดีที่สาม กก.สส.บก.ตม.4 ร่วมกับ ตม.จว.อุดรธานี จับกุมตัว MR.VIKASH อายุ 26 ปี สัญชาติอินเดีย ในเขต ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ในความผิดฐาน เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (อยู่เกิน 1011 วัน) อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สส.บก.ตม.4 ได้รับการร้องเรียนว่า มีกลุ่มบุคคลต่างด้าวสัญชาติอินเดีย ตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ปล่อยเงินกู้ให้กับกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยในพื้นที่ โดยคิดดอกเบี้ยสูง
หลังรับการร้องเรียนออกสืบสวนหาข่าวจนทราบว่าคือ MR.VIKASH จากการตรวจสอบโดยใช้ระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) พบว่า เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทาง ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ โดยใบอนุญาติให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงแล้ว แจ้งข้อหาและนำตัวส่ง สภ.บ้านผือ ดำเนินคดี
คดีที่สี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจกก.สส.บก.ตม.3 ได้รับการร้องเรียนว่ามีชายสูงอายุ ลักษณะคล้ายคนจีน อาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีลักษณะมีป้ายบริษัทอยู่หน้าบ้าน แต่ไม่พบเห็นว่ามีใครเข้ามาติดต่องานบริษัทดังกล่าว โดยนานๆ ครั้งจะมีชายดังกล่าวจะปรากฏตัวออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว
ขณะเดินออกมาจากบ้านจะมีท่าทีที่ระวังตัวเป็นอย่างมาก เป็นที่น่าสงสัยว่าอาจหลบหนีเข้ามาหรือหนีความผิดบางอย่าง ชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนอยู่ระยะหนึ่งจนได้ข้อมูลว่า
ชายคนดังกล่าวคือนาย Rong สัญชาติจีน อายุ 59 ปี เข้ามาในประเทศไทยในลักษณะเป็นนักท่องเที่ยว ตั้งแต่เดือน มกราคม พ.ศ.2559
ปัจจุบันอยู่เกินในราชอาณาจักร (Overstay) มา 1,956 วัน (ประมาณ 5 ปีครึ่ง) และยังมีข้อมูลว่าถูกดำเนินคดีที่ประเทศจีนในความผิดทางการเงินจนมีหมายจับของศาลประเทศจีนในคดีล้มละลาย จึงเข้าจับกุมตัว
เจ้าตัวสารภาพว่าถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนในประเทศจีน ซึ่งมีการกู้ยืมเงินจำนวนมาก เมื่อสถานการณ์เริ่มย่ำแย่ได้เดินทางหลบหนีเข้ามายังประเทศไทยตั้งแต่ปี ค.ศ.2016 ภายหลังถูกฟ้องคดีและล้มละลายในเวลาต่อมาจนมีหมายจับในปี ค.ศ.2018 และ 2019 ตามลำดับ
ส่วนกรณีเงินทุนที่เอาเข้ามาใช้ในประเทศในการเปิดบริษัทนั้น ชุดสืบสวนจะสืบสวนและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป