อัยการสอบปากคำผกก.โจ้ เจ้าตัวยังภาคเสธ ยืนยันไม่มีเจตนาฆ่าแค่ต้องการรีดข้อมูลยา ย้ำไม่เกิน 30 วันสำนวนแล้วเสร็จส่งฟ้องศาลได้ ตั้ง 3 ข้อหาหนัก ชี้จะให้การอย่างไรก็ได้ แต่หลักฐานชี้ชัด เอาถุงดำคลุมหัวรัดแน่นถึงขนาดขาดออกซิเจน มีการสั่งลบคลิปปิดบัง คนเป็นไบโพลาร์ทำไม่ได้

วันที่ 2 ก.ย. 2564 นายสมพงษ์ เย็นแก้ว รองอธิบดีอัยการภาค 6 พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบปากคำพ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับการ สภ. เมืองนครสวรรค์ ผู้ต้องหาคดีเอาถุงคลุมหัวผู้ต้องหายาเสพติดจนเสียชีวิต ขณะนี้ถูกจับกุมคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางพิษณุโลก โดยทางนายสมพงษ์ได้เข้าไปสอบปากคำผกก.โจ้พร้อมเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

ทางรองอธิบดีอัยกาคภาค 6 เผยว่าวันนี้ได้สอบปากคำผกก.โจ้เสร็จแล้ว เจ้าตัวให้การภาคเสธ รับว่ากระทำเอาถุงดำคลุมหัวคนตายจริง แต่ไม่ได้มีเจตนาฆ่า แค่ต้องการเค้นข้อมูลเท่านั้น โดยสำนวนคดีนี้คาดว่าอาทิตย์หน้าน่าจะแล้วเสร็จ ส่วนผลชันสูตรพลิกศพ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วันก็จะส่งสำนวนต่อศาลพิจารณาคดีได้

“เจ้าหน้าที่จะตั้งข้อหาผกก.โจ้และพวกทั้งหมด 3 ข้อหา คือ 1.ฆ่าคนตายโดยทรมานโหดร้าย 2.หน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเหตุแก่ความตาย 3.เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบโดยกฎหมาย ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อยู่ในอาการสงบ ไม่ได้มีความเครียดเหมือนวันแรก ๆ ที่เข้ามาในเรือนจำ”

นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับคำให้การของผกก.โจ้เป็นไปตามสิทธิของผู้ต้องหา แต่ในบทบาทของพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนก็จะต้องตรวจสอบหลักฐานที่ปรากฎว่ามีเจตนาการฆ่าจริงหรือไม่

แม้ผู้ต้องหาจะบอกว่าไม่มีเจตนา แต่จากหลักฐานพบว่ามีการใช้ถุงดำคลุมหัวถึง 6 ถุง มีการขันชะเนาะรอบคอหลายครั้ง จนคอเป็นรอยแดง ปรากฎลักษณะการใช้ความรุนแรงเหมือนกับการบีบคอ ทำให้ไม่สามารถหายใจเอาอากาศเข้าไปได้

อีกทั้งการกดคอกับพื้นยิ่งทำให้ไม่มีอากาศ แถมยังใส่กุญแจมือด้วย เมื่อถึงจุดหนึ่ง ผู้ถูกกระทำไม่ได้รับออกซิเจนไปเลี้ยงสมองนานถึง 4-7 นาทีมีผลให้สมองตายตามหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ได้

“ดังนั้นผกก.โจ้จะกล่าวอ้างอย่างไรก็ได้ จะปฏิเสธแบบใดก็ได้ แต่เจ้าหน้าที่เชื่อในหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อในหลักฐานของแพทย์ผู้ชำนาญการที่ได้ผ่าตัดสมองผู้เสียชีวิต ทุกอย่างไม่ได้สู้กันตามคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา แต่ว่ากันไปตามหลักฐานทางคดี”

นายสมพงษ์กล่าวว่า สำหรับเรื่องอาการไบโพลาร์ของผกก.โจ้นั้น หากดูสิ่งที่ปรากฎในคลิป หากป่วยจริง ทำไมไม่มีอาการเกรี้ยวกราด แต่กลับตกใจ รีบช่วยชีวิต แถมยังสั่งทำลายหลักฐานลบคลิปทำหมด คนที่มีอาการป่วยไบโพลาร์ไม่สามารถกระทำได้ การกระทำของผกก.โจ้นั้นถือว่ารู้ผิดชอบชั่วดีปกติ มีการนำตัวผู้ตายไปโรงพยาบาล อาการป่วยนี้ไม่อาจนำมาเป็นมูลเหตุการลดหย่อนโทษได้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน