รวบหนุ่มเมืองกรุง หลอกขายชุดตรวจATK ผ่านเฟซบุ๊ก ก่อเหตุเพียบเสียหายนับล้านบาท

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2565 ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ผกก.1 บก.สส. สตม. แถลงข่าวการจับกุมนายกรกรต อายุ 26 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.170/2565 ลงวันที่ 31 มีนาคม 2565

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ภายหลังจับกุมได้ บริเวณลานจอดรถคอนโดมิเนียมย่านแจ้งวัฒนะ ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

พฤติการณ์การกระทำผิด กล่าวคือ ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้รู้จักกับนายกรกรต ผ่านเฟซบุ๊กเพจขายอุปกรณ์เซฟตี้ และเคยติดต่อซื้อขายชุดพีพีอีกับนายกรกรตมาก่อนจำนวน 2 ครั้งเป็นเงินประมาณ 3,000 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2565 ผู้เสียหายได้ติดต่อซื้อชุดตรวจ เอทีเค จำนวน 2,500 ชุด ในราคาชุดละ 41 บาท รวมจำนวนเงิน 102,500 บาท โดยผู้เสียหายได้โอนเงินและนัดส่งสินค้าในวันเดียวกันเวลา 17.00 น.

เมื่อถึงเวลานายกรกรต ส่งหมายเลขพัสดุการส่งสินค้ามาให้ผู้เสียหาย แต่เมื่อตรวจสอบดูก็ไม่มีการจัดส่งสินค้าตามหมายเลขที่แจ้ง จึงได้ติดต่อสอบถามไปยัง นายกรกรต โดยนายกรกรต ก็ได้ขอผัดผ่อนส่งสินค้าไปเป็นวันที่ 30 มกราคม 2565 เมื่อถึงเวลานายกรกรต ได้ส่งใบส่งของปลอมมาให้ผู้เสียหาย

กระทั่งวันที่ 31 มกราคม 2565 ผู้เสียหายจึงได้ขอยกเลิกซื้อสินค้า และขอให้นายกรกรต โอนเงินคืน นายกรกรต แจ้งว่าจะโอนเงินคืนให้แต่ก็ไม่โอนคืนแต่อย่างใด จนกระทั่งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้เสียหายจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด จว.ชลบุรี ต่อมาศาลจังหวัดชลบุรี ได้ออกหมายจับ

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทราบว่านายกรกรต ได้หลบหนีการจับกุมไปพักอาศัย ที่คอนโดมิเนียมย่านแจ้งวัฒนะ ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ จึงได้ร่วมกันออกสืบสวนติดตามหาตัว จนกระทั่งต่อมาได้พบตัวนายกรกรต จึงได้แสดงหมายจับพร้อมจับกุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่านายกรกรต ยังเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 81/2565 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2565 ในความผิดฐาน “โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉ้อโกงประชาชน”

และยังมีผู้แจ้งความร้องทุกข์ความผิดในลักษณะเดียวกัน อีกหลายพื้นที่ดังต่อไปนี้ ตำรวจนครบาล สน.คันนายาว สน.สายไหม สน.เตาปูน สน.บางซื่อ ตำรวจภูธรภาค 2 ภาค 3 ภาค 7 และภาค 8 รวมมูลค่าความเสียหายนับล้านบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน