ตร.ลุยต่อ สร้างเครือข่ายประชาชน สานนโยบาย ร่วมขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน

“ในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล ตามนโยบาย ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน หรือ(Stronger Together) สร้างเครือข่ายภาคประชาชนทั่วประเทศ เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วประเทศ ที่เราต้องช่วยกัน” เป็นคำพูดของ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. หัวหน้าคณะทำงาน ที่ต้องการขับเคลื่อนงานชุมชนสัมพันธ์และโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนสำคัญเร่งด่วนให้ประชาชนทั่วประเทศ

ร่วมขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน

พูดคุยปัญหาชาวบ้าน

พล.ต.ท.ประจวบฯ เปิดเผยที่มาของคำพูดดังกล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ได้นำนโยบายรัฐบาลมาสู่การปฏิบัติ โดยจัดทำโครงการ “สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันอาชญากรรมระดับตำบล เพื่อสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน (Stronger Together)” ให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล โดยมีคำสั่งให้ตน และ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้ช่วย ผบ.ตร. มาขับเคลื่อนนโยบายนี้ มีเป้าหมาย “เพื่อให้ชุมชน สังคมมีความสุขสงบเรียบร้อย ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีอาชีพมีรายได้ ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว”

พล.ต.ท.ประจวบ เปิดเผยต่อว่า ได้เริ่มดำเนินโครงการแล้วในปี 2563 และ 2564 มีเครือข่ายประชาชนรวม 294,272 คน และในปี 2565 เราได้อบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานีตำรวจทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่าย จำนวนกว่า 9,000 นาย และได้คัดเลือกผู้นำท้องถิ่น ผู้นำตามธรรมชาติ ในแต่ละสถานีตำรวจ เพื่ออบรมทำหน้าที่เป็นเครือข่ายประชาชน 1,483 สถานี สถานีละ 50 คน รวมจำนวน 74,463 คน

เครือข่ายเกือบ 4 แสนคนแล้ว

รวม 3 ปี มีเครือข่ายประชาชนเกือบ 4 แสน คนทั่วประเทศ จากนั้นได้ทำการอบรมให้ความรู้ เพื่อทำหน้าที่ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานเครือข่าย เพื่อสะท้อนความต้องการ ปัญหา และหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันในระดับชุมชน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ประสานการปฏิบัติ ผ่านคณะกรรมการระดับ ตำบล อำเภอ และจังหวัด หากความต้องการและปัญหาใดเกินขีดความสามารถ ของจังหวัด ให้รายงานมาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ เพื่อจะรายงานให้รัฐบาลทราบและดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป

ร่วมขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน

ลงพื้นที่ติดตามโครงการ

ที่ผ่านมาได้ติดตามผลรายงานปัญหาและความต้องการของประชาชน ใน 4 ประเภท จำนวนทั้งสิ้น 1,255 เรื่อง แบ่งเป็น ปัญหาที่หน่วยดำเนินการแก้ไขเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 1,001 เรื่อง ได้แก่
1.ปัญหาด้านสังคม เช่น ยาเสพติด การแข่งรถในทาง การลักลอบเข้าเมือง กลุ่มผู้มีอิทธิพล แหล่งอบายมุข และสถานบริการ อาชญากรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์ ฯลฯ จำนวน 728 เรื่อง
2.ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เช่น ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ การว่างงานและปัญหาหนี้สิน การขาดแคลนที่ทำกิน ฯลฯ จำนวน 45 เรื่อง
3.ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การขาดแคลนแหล่งน้ำ มลภาวะทางอากาศ ฝุ่นควันโรงงานอุตสาหกรรม ภัยแล้งและอุทกภัย ฯลฯ จำนวน 159 เรื่อง
4.ปัญหาด้านความขัดแย้ง เช่น ความเห็นต่างทางการเมือง ศาสนาและเชื้อชาติ ข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกินทับซ้อน การสร้างความเดือดร้อนรำคาญในรูปแบบต่าง ๆ ฯลฯ จำนวน 69 เรื่อง
ปัญหาที่หน่วยอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข จำนวน 250 เรื่อง ส่วนปัญหาที่หน่วยแก้ไขปัญหาไม่ได้มีอยู่จำนวน 4 เรื่อง คือ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เช่น ข้าว สับปะรดและผลไม้ ในพื้นที่ จ.เชียงราย และปุ๋ยมีราคาสูง ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด

พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวทิ้งท้ายว่า เรา ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดชุมชนสัมพันธ์ทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศ ให้เพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่เพื่อประสานงานและรับทราบสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชนและประชาชนให้มากขึ้น พร้อมทั้งเร่งรัดการแก้ไขปัญหาของคณะกรรมการในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น อำเภอ และจังหวัด เพื่อตอบสนองความต้องการและแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อสนองนโยบายรวมไทยสร้างชาติ และขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันของรัฐบาลต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน