ศาลฎีกาตีตก คำร้องนายกเต่า ต้องโทษประหาร คดีฆ่าเจ้าแม่ตลาดโรงเกลือ ให้รอคำพิพากษา
เมื่อเวลา11.00 น. วันที่ 24 พ.ค. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 2 ศาลจังหวัดสระแก้ว องค์คณะตุลาการ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งศาลฎีกาในคดีดำที่ 1334/61 เลขแดง 540/62 ที่ ร.อ.สุเทพ มาสาคร จำเลยที่ 4 ,ร.อ.ทองทศ หรือ ทองวราห์ มากสาคร จำเลยที่ 5 และนางมณีรัตน์ โกทันย์ จำเลยที่ 6 ร่วมในคดีฆ่า นางสายัณห์ จันทาและสามี
ได้ยื่นคำร้อง ขอส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติม ให้ศาลฎีกาพิจารณาตัดสินในคดีดังกล่าวซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี โดยศาลฎีกาได้นัดมาฟังคำสั่งศาล และมีคำสั่งจากศาลฎีกา ได้ตีตก ไม่รับคำร้อง พร้อมให้รอฟังคำพิพากษาจากศาลฎีกา
สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากช่วงค่ำวันที่ 29 ม.ค. 2561 นางสายันต์ จันทา อายุ 64 ปี หรือ “เจ๊สายันต์” เจ้าของตลาดโรงเกลือ และ นายพิพัฒน์ ตั้งพงศ์ทอง อายุ 71 ปี หรือ “เสี่ยกวง” สามีภรรยาเศรษฐี ตลาดโรงเกลือ และคลองหาด จ.สระแก้ว ถูกคนร้ายบุกเข้าไปใช้ของมีคมสังหารในบ้านพักหรู ภายหลังตำรวจพบหลักฐานกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายเอาไว้ได้
ต่อมาวันที่ 2 ก.พ.61 ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้จับกุมนายวิชัย หรือ ต่อ พุ่มเรือง อายุ 45 ปี เป็นผู้ติดตามและคนสนิทอดีตนายกเทศมนตรีคนหนึ่ง ต่อมาเมื่อวันนี้ที่10 เม.ย.61 จนท. ทหารและตำรวจได้ สนธิกำลัง นำหมายจับของศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ จ 86/2561 ลงวันที่ 9 เมษายน 2561 บุกเข้าควบคุมตัว ร.อ.สุเทพ มากสาคร หรือนายกเต่า นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลคลองหาด ขณะนั้น ในห้องพักของเทศบาลตำบลคลองหาด ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ส่วน ร.อ.ทองทศ หรือทองวราห์ มากสาคร รองประธานสภา อบจ.สระแก้ว ทหารตำรวจก็เข้าจับกุมตามหมายจับของศาลสระแก้วที่ จ 87/2561 ลงวันที่ 9 เมษายน 2561 ได้ในบ้านพักเลขที่ 499/109 ซึ่งเป็นของภรรยา บริเวณตลาดอินโดจีน ซึ่ง อยู่ตรงข้ามกับตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเช่นเดียวกัน
ต่อมาอัยการยื่นฟ้อง นายวิชัย พุ่มเรือง, นายนพรุจ รุประมาณ, นายวิชิต อินทร์แก้ว, ร.อ.สุเทพ มากสาคร (นายก เต่า) นายกเทศมนตรีตำบลคลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว, ร.อ.ทองทศ หรือ ทองวราห์ มากสาคร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว (สจ.สระแก้ว) และนางมณีรัตน์ โกทันย์ (หรือเจ๊เยาว์) ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันจ้างวานฆ่า และฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และพ.ร.บ.อาวุธปืน
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้องจำเลยที่ 1,2,4 และ 5 เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอจะเอาผิดได้ ส่วนจำเลยที่ 3 กระทำผิดตามฟ้องจริงศาลพิพากษาประหารชีวิต คำให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต พร้อมชำระค่าเสียหายจำนวน 2 ล้าน 5 หมื่นบาท และจำเลยที่ 6 ให้ลงโทษจำคุก 6 เดือนข้อหาพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตศาลลดโทษเหลือ 4 เดือน ฝ่ายโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษสถานหนักจำเลยทั้งหมด ขณะที่จำเลยที่ 3 ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ และถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำบางขวาง
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ก.ค.62 ศาลสระแก้ว ได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยพิพากษากลับ ให้ประหารชีวิต จำเลยที่ 1 นายวิชัย พุ่มเรือง จำเลยที่ 4.ร.อ.สุเทพ มากสาคร จำเลยที่ 5 ร.อ.ทองทศหรือทองวราห์ มากสาคร ส่วนจำเลยที่ 3 นายวิชิต อินทร์แก้ว และจำคุกตลอดชีวิตนางมณีรัตน์ โกทันย์ จำเลยที่ 6 ส่วนนายนพรุจ รุประมาณจำเลยที่ 2 ศาลยกฟ้อง และให้จำเลยทั้งหมดชดใช้เงินจำนวน 2 ล้านกว่าบาท