กัน จอมพลัง พาผู้เสียหายวัย 15 ร้องผู้กำกับบางพลี ถูกย่ำยีรอบสอง หลังผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัว วุ่นญาติฮือประชาทัณฑ์
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2565 ที่ สภ.บางพลี สมุทรปราการ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง คณะทำงานและติดตามผลงาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระเยา เขต 1 พาครอบครัวผู้เสียหายในคดีข่มขืนเด็กหญิงวัย 15 ปี เข้าพบกับ พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี เพื่อถามความคืบหน้าทางคดีและกระแสข่าวที่ผู้ต้องหาออกมากล่าวอ้างประเด็นการจ่ายเงินกับร้อยเวรจนทำให้ได้รับการประกันตัวออกมา แล้วมาก่อเหตุซ้ำอีกครั้ง
กัน จอมพลัง เผยว่า คดีนี้มันเป็นคดีที่มีความสำคัญในประเทศไทยคือข่มขืนเด็กหญิงอายุ 15 ปี น้องเขาเป็นผู้เยาว์ และมีการถ่ายคลิปแบล็คเมล์น้องด้วย ส่งมีข่มขู่น้องในครั้งแรกหลังจากที่ข่มขืนเสร็จแล้ว ทางตำรวจได้ไปควบคุมตัวได้แล้ว ตอนนี้ออกมามีคำพูดที่สะเทือนใจ คือบอกว่าเขามีการจ่ายใต้โต๊ะให้กับตำรวจไปแล้วน่าสงสารจังเลย
มีคำพูดลักษณ์คล้ายเยาะเย้ยเหยื่อ แถมไม่เข็ดหลาบเมื่อคืนนี้ยังมาข่มขืนน้องอีก และตั้งกล้างวงจรปิดในห้องบันทึกภาพเอาไว้ด้วย วันนี้ตนจึงได้พาผู้เสียหายมาสอบถามความคืบหน้าของคดี ถามผู้กำกับ เกี่ยวกับผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีไปแล้วแต่กลับถูกปล่อยออกมาก่อเหตุซ้ำอีก
ซึ่งทางท่านผู้กำกับ ได้บอกว่าได้จับกุมและส่งฟ้องไปแล้ว แต่ทางอัยการเห็นว่าสมควรที่จะตั้งข้อหาเพิ่มก็เลยปล่อยตัวออกมาชั่วคราว แต่ก็มีก่อเหตุอีก ซึ่งทางท่านผู้กำกับได้จัดกำลังติดตามไปคุมตัวมาทำการสอบสวนภายในวันนี้
ขณะที่ย่าของผู้เสียหาย ได้กล่าวว่า โดยส่วนตัวก็ไม่เคยรู้จักผู้ก่อเหตุมาก่อน มีแต่หลานสาวที่เป็นผู้เสียหายเอาแช็ต ที่มีการคุยกันมาให้ดูว่าทางผู้ก่อเหตุได้ข่มขู่ว่าจะเข้ามาหาตนและครอบครัวที่บ้าน ซึ่งอยากจะบอกถึงกระบวนการของกฎหมาย คนแบบนี้ควรได้รับโทษถึง ตาย สถานเดียว ประหารชีวิต เพราะมันเลวซ้ำซากมันก็แก่แล้วนะอายุเกือบ 40 แล้ว
ด้านผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า หลังจากที่ในครั้งแรกตนทราบเรื่องด้วยความโมโห จึงได้วางแผนให้ลูกสาวติดต่อกับผู้ก่อเหตุเพื่อหลอกให้ออกมาจากบ้าน โดยตนได้พาพวกไปดักรอจับตัว ยอมรับว่าโมโหจริงๆ แต่พลาดในขณะที่พวกตนกรูเข้าไปจะไปจับตัว แต่ผู้ก่อเหตุวิ่งหนีเข้าไปหลบในบ้านและปีนหน้าต่างหลังบ้านหลบหนีไปได้
หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ทักแช็ตมาทางลูกสาวตนว่า บอกพ่อด้วยนะให้พาพวกมาเยอะกว่านี้อีกเพราะเตรียมโต๊ะจีนรอไว้หมดแล้ว ส่วนเรื่องใต้โต๊ะที่ผู้ก่อเหตุอ้างว่ายัดเงินให้ตำรวจ โดยส่วนตัวในเรื่องนี้ตนมีความเชื่อแค่ 50 – 50 เท่านั้น
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำกำลังเดินทางไปเชิญตัวนายกิตติ ผู้ก่อเหตุ มาจากบ้านพัก เพื่อมาสอบปากคำเพิ่มเติมและแจ้งข้อกล่าว โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังคุมมาถึงหน้าโรงพักจู่ๆ ญาติและพ่อของผู้เสียหายได้ฝ่าวงลอมของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามารุมประทัณฑ์จนเกิดการชุลมุนอยู่พักใหญ่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรีบคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นไปบนโรงพักได้
โดยนายกิตติ ผู้ก่อเหตุ ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ในประเด็นที่ตนกล่าวอ้างว่าได้มีการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่ได้มีการจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด แค่พูดเล่นกับผู้เสียหายแค่นั้น ส่วนที่ตนถูกปล่อยตัวออกมาเนื่องจากตนประกันตัวออกมาและขอสู้คดี ส่วนอ้างว่าให้เงินตำรวจนั้นอันนั้นไม่ใช่เรื่องจริง แต่ตนแค่ขู่เล่นเฉย ๆ
ด้าน พ.ต.อ.วิโรจน์ ตัดโส ผกก.สภ.บางพลี เผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คดีนี้ผู้ต้องหาเคยถูกจับกุม ตามหมายจับของสภ.บางพลีแล้ว ในคดีข้อหาพรากผู้เยาว์ และอนาจาร เป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่ง ณ ตอนนั้น ทางพนักงานอัยการก็ได้มีการคืนสำนวนมาเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม เนื่องจากมาทราบในภายหลังว่า ผู้ต้องหามีการถ่ายคลิป และได้มีการโพสต์ลงสื่อโซเชียล จึงได้มีการคืนสำนวนมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ครั้งล่าสุดเมื่อคืนนี้ที่ผ่านมา ผู้ต้องหากลับมาก่อคดีใหม่กับตัวผู้เสียหายอีกครั้งตามที่เป็นข่าว จนทำให้ทางผู้ปกครองของผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการสอบสวนผู้เสียหายเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนัดสอบกับ วิชาชีพอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
สำหรับเหตุการณ์ครั้งล่าสุด ซึ่งได้ว่าขึ้นเป็นคดีใหม่ ส่วนคดีเดิมที่มีการคืนสำนวนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวถูกต้องหาตามหมายเรียก เพื่อที่จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามที่พนักงานอัยการได้ให้พนักงานสอบสวน ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมพร้อมสรุปสำนวนอัยการพร้อมส่งผู้ต้องหากลับไปอีกครั้ง ในสวนสำนวนรอบนี้หากส่งกลับไปตนคาดว่าทางอัยการคงไม่มีการตีกลับมาอีกครั้ง
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งข้อหาผู้ก่อเหตุ ในข้อหา พรากผู้เยาว์ ข้อหา อนาจาร และ ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหาได้มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง
ในส่วนประเด็นที่ผู้เสียหายอ้างว่า เพื่อนชวนไปทำงานและให้ไปพบก่อนเจอตัวผู้ก่อเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการนำตัวเพื่อนมาสอบปากคำเพิ่มเติมเช่นกันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ หากวันนี้สอบสวนผู้ต้องหาเสร็จ ทางตำรวจจะนำตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานอัยการทันที