จับสาวแสบ อ้าง ผู้ช่วยโจ๊ก หลอกช่วยเอาที่ดินคืนจากนายทุนเงินกู้ เหยื่อสูญหลักล้าน ที่แท้เคยได้รับความช่วยเหลือมาก่อน แต่กลับมาหลอกลวงคนอื่นต่อ
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2565 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตามที่ได้ปราบปรามนายทุนเงินกู้นอกระบบ และการกู้ยืมเงินที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชน เจรจาไกล่เกลี่ยรับคืนซึ่งทรัพย์สินที่ดิน ทำให้มีผู้หาผลประโยชน์แอบอ้างชื่อตน เพื่อให้การช่วยเหลือได้ โดยบุคคลดังกล่าว เรียกรับเงินจากประชาชน อ้างเป็นค่าดำเนินการ
ขณะนี้ พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เลย, พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4, พ.ต.อ.ตรีกฤช จงวิไล ผกก.สภ.ปากชม จว.เลย พร้อมชุดสืบสวนได้จับกุม นางสุภัทรา (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ในความผิดข้อหา “เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทน” ดำเนินคดีตามกฎหมาย ภายหลังมีประชาชนผู้เสียหาย 2 ราย เข้าร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.ปากชม จว.เลย
โดยเมื่อประมาณปี’62 กลุ่มผู้เสียหาย ทราบว่า หากใครที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่ถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบยึดทรัพย์สินหรือที่ดินไป สามารถไปขอความช่วยเหลือจาก ตนซึ่งเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ปราบปรามขบวนการเงินกู้นอกระบบได้
ต่อมา มีนางสุภัทรา บอกผู้เสียหาย2รายว่า สามารถพามาพบตนได้ แต่ต้องมีค่าเนินการ 30,000บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อ มอบเงินให้ไปแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถพามาพบตามที่กล่าวอ้างได้ และยังขอเงินเพิ่มอีกหลายครั้งจากผู้เสียหายรวมแล้วกว่า 1 ล้านบาท ผู้เสียหายเชื่อว่าถูก หลอกลวง จึงเข้าร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.ปากชม ให้ดำเนินคดีกับ นางสุภัทรา
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เผยต่อว่าจากการสืบสวน พบว่า นางสุภัทรา เคยเป็นผู้เสียหายที่ได้รับการช่วยเหลือจากตน จนได้ทรัพย์สินที่ดินคืนจากนายทุนเงินกู้เช่นกัน แต่กลับมีพฤติการณ์ในการแอบอ้างชื่อตนไปหลอกลวงประชาชน ให้หลงเชื่อ จากพฤติการณ์ในคดีดังกล่าว เป็นอีกครั้งที่พบการกระทำผิดในกรณีที่มีการแอบอ้างชื่อตนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการหลอกลวงผู้เสียหาย
“กระผมขอยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการกระทำผิดในกรณีนี้แต่อย่างใด กรณีที่ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือกรณีถูกขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบยึดทรัพย์สินและที่ดินไป สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ผ่านช่องทางสายด่วน 1599” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวยืนยัน