โดนบ่อย จนต้องย้ายหนี เจ้าของบ้าน เหยื่อโจรผัวเมีย เปิดใจ ถ้าอยู่คงเป็นข่าวอีกแบบ
จากกรณีเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้รีเทิร์น 5.2 โพสต์ภาพมีหัวขโมยเป็นชายและหญิง ปีนบ้านเรือนประชาชนในซอยลาดพร้าว 64 แยก 8 ตอนกลางวันแสกๆ และเดินให้ชาวบ้านถ่ายภาพอย่างไม่สนใจ
ต่อมาข่าวสดออนไลน์ลงพื้นที่เกิดเหตุ มีตำรวจชุดสืบสวน สน.วังทองหลาง เข้ามาสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ พบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีรั้วรอบขอบชิด กำแพงสูงเกือบ 2 เมตร บริเวณหน้าบ้านมีสนามหญ้าขึ้นรก ข้าวของวางระเกะระกะ สภาพคล้ายไม่มีคนพักอาศัย ส่วนหน้าต่างประตูยังปิดมิดชิด จากนั้นชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดริมถนน ที่หน้าบริษัท รปภ.แห่งหนึ่งใกล้กับที่เกิดเหตุเพื่อใช้ในการติดตามหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย
แนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ก่อเหตุมีเพื่อนเคยทำงานอยู่บริษัทรักษาความปลอดภัยและอาสาสมัครจราจรแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว ซึ่งผู้ก่อเหตุเคยมาสมัครงานที่บริษัทนี้เมื่อต้นปี โดยใส่แว่นกันแดด สวมแมสก์ปิดบังใบหน้า แต่ถูกปฏิเสธเพราะไม่มีเอกสารประจำตัว และไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง รวมถึงมีลายสักนอกร่มผ้าเต็มแขนและขา แต่ก็ยังแวะเวียนมาหาเพื่อนซึ่งพักอยู่ที่บริษัท ล่าสุดเมื่อเช้าวันนี้ก็ยังเข้ามาหา แต่เพื่อนไม่อยู่ และรูมเมทก็ไปเข้าเวร ผู้ก่อเหตุเลยแอบพาผู้หญิงที่ปรากฏในสื่อออนไลน์มานอนพักที่ห้องด้วย อ่านข่าว : รู้ตัวแล้ว! ผัวเมียปีนบ้านไม่สนใจใคร ยกเค้ากลางวันแสกๆ พบเคยสมัครเป็นรปภ.
ต่อมาเวลา 13.30 น. วันที่ 3 ต.ค. 2565 นางอมรัตน์ (สวนนามสกุล) อายุ 67 ปี เจ้าของบ้าน เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สวิด แก้วปลั่ง สว.(สอบสวน) สน.วังทองหลาง พร้อมเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยมีขโมยขึ้นบ้านมาแล้วตั้งแต่ก่อนโควิด-19 ระบาด รวมได้ 3-4 ครั้ง ครั้งแรกทรัพย์สินสูญหายมูลค่าร่วมหลักแสนบาท ก็แจ้งความไว้ แต่ก็ยังมีขโมยมาลักทรัพย์ไปอีกจนหลังๆ
ตนไม่สนใจแล้ว ก็ปล่อยไว้และไม่แจ้งความแล้ว ตัดสินใจย้ายออกไปพักอาศัยกับลูกๆแทน เพราะกลัวอันตราย ล่าสุดวานนี้ก็มีขโมยเข้ามาอีก ตนยังรู้สึกกลัวไม่หาย เพราะทีแรกก็คิดอยู่ว่าจะเข้าไปที่บ้าน แต่เปลี่ยนใจทีหลัง ซึ่งหากเข้าไปก็คงจะเป็นข่าวอีกแบบแล้ว ถามว่าการป้องกันต่อจากนี้จะทำอย่างไร ตนไม่ทราบแล้ว แต่ถ้าจะมีขโมยอะไรอีก ถ้าเป็นคนดีๆ มาขอกับตนดีๆ ก็จะยกให้ไปเลย แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเหลือทรัพย์สินอะไรแล้ว