ลุงป้ารถพุ่มพวง ค้าขายไม่ดี หวังที่พึ่งทางใจ ให้พระพรมกระเป๋าเงิน แต่กลับเจอแก๊งมิจฉาชีพ หลอกขณะทำพิธี บอกให้วางเงินไว้ รีบไปจุดธูปที่บ้าน พอกลับมาไม่เจอใคร

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2565 ที่สภ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นางดาหวัน อายุ 45 ปี และนายวิชัย อายุ 50 ปี ชาวจ.สกลนคร เข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพปลอมเป็นพระภิกษุและฆราวาส หลอกทำพิธีเสกคาถาทำน้ำมนต์พรมกระเป๋าเงิน ก่อนเชิดเงินสำหรับค้าขายก้อนสุดท้ายไปจำนวน 34,000 บาท

นางดาหวัน กล่าวว่า ตนกับสามีทำอาชีพขับรถพุ่มพวงขายของตามหมู่บ้านในพื้นที่อ.บ้านม่วง อ.บ้านดุง และอำเภอใกล้เคียง ที่ผ่านมาขายไม่ค่อยดีมีคนเซ็นเยอะ ครั้งหนึ่งที่จ.สกลนคร ได้เจอกับผู้หญิงชื่อพร ถามว่าขายของดีไหม ตนก็บอกไปว่าขายไม่ดีเลย นางพรบอกว่ามีหลวงพ่อท่านหนึ่งเสกคาถาใส่เงินและพรมน้ำมนต์ให้ได้ จะแนะนำให้รู้จัก

ต่อมามีหลวงพี่ท่านหนึ่งที่ตนจำเชื่อไม่ได้ โทรมาบอกว่าเป็นพระที่วัดเทพจรรย์ บ้านโพธิ์ท่าเมือง ต.ถ่อนนาลัย เสนอจะเสกคาถาใส่เงินและพรมน้ำมนต์ให้ โดยให้เตรียมข้าวหมาก 9 คำ ใบคุณ 9 ใบ เหรียญ 50 สตางค์ 9 เหรียญ ไข่ไก่ 2 ฟอง บุหรี่ 9 ตัว และดอกไม้ธูปเทียน สีขาว แต่งใส่ขัน จะเขียนโชคใส่ขันให้

พระบอกว่า อยากให้พ้นทุกข์เพราะตนเป็นคนดี บุญบารมีของตนเป็นบุญที่มีโชค และนัดไปกันไปทำพิธีที่วัดเทพพรมจรรย์ บ้านโพธิ์ท่าเมือง ต.ถ่อนนาลับ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แต่เมื่อตนไปถึงพระก็โทรมาบอกว่า ให้เปลี่ยนสถานที่จากในวัดเป็นป่าช้าด้านหลังวัด โดยพระย้ำว่าไม่ต้องให้ญาติพี่น้องให้รู้ ให้มากันแค่สองคนสองสามีภรรยา

พอไปถึงก็เจอพระภิกษุ อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งตนก็จำชื่อไม่ได้ มีนางพร และผู้ชายอีก 2 คน ขับกระบะมา พระบอกว่าให้เอาเงินใส่ผ้าขาวแล้วจะเสกคาถาพรมน้ำมนต์ให้ ระหว่างทำพิธีพระก็ทักว่าดวงพระไม่ดี ให้นำธูปไปจุดที่บ้านก่อนค่อยกลับมาเอาเงิน ทีแรกสามีจะเอาเงินไปด้วย แต่พระก็ว่าไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน ให้รีบไปปักธูปที่บ้านก่อนแล้วค่อยกลับมา

พวกตนจึงรีบไปปักธูปแล้วเมื่อกลับมาก็ไม่เจอใครเลย โทรศัพท์ติดต่อใครไม่ได้ พอไปถามพระที่วัดพรมจรรย์ ก็บอกว่าไม่มีพระรูปนี้วัดแห่งนี้มีพระรูปเดียว จึงมั่นใจแล้วว่าโดนหลอก จึงมาแจ้งความเพื่อให้ตำรวจตามจับกุมแก๊งมิจฉาชีพมาดำเนินคดีให้ได้

ตนและสามีเสียใจมาก เราคนทำมาค้าขาย เจอวิกฤตขายของไม่ดี ก็อยากหาที่พึ่งทางใจ หวังฮึดสู้ชีวิตอีกครั้ง แต่มาเจอแบบนี้จนตอนนี้ไม่มีเงินแม้จะไปซื้อของมาขาย อยากถามมิจฉาชีพว่าทำไมทำแบบนี้ เพราะเงินก้อนนี้ก็ยืมเพื่อนบ้านมา 20,000 บาท จะไปจ่ายค่างวดรถ และอีก 14,000 บาท เป็นเงินที่เอาไว้ซื้อของไปเร่ขาย ต้องหายไปในพริบตา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน