พนักงานสอบสวน คุมตัว ด.ต.เชาวลิต คดีลักปืนหลวง 159 กระบอกขายส่ง ศาลอาญาคดีทุจริตฯภาค1 ไต่สวนคำร้องขอฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกันตัว ก่อนเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ รับตัวส่งนอนคุกเรือนจำ
วันที่ 21 ต.ค.2565 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ไต่สวนคำร้องขอฝากขัง ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ผู้ต้องหาคดีอาญาหมายเลขดำ ฝ.6/2565 ระหว่างพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ, เป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ,ปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ,ใช้หรืออ้างเอกสารปลอม โดยศาลไต่สวนคำร้องขอฝากขัง ผู้ต้องหาแถลงไม่ต้องการทนายความ
พนักงานสอบสวน ขอให้ศาลออกหมายขังผู้ต้องหาไว้มีกำหนด 12 วัน เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 5 ปาก ซึ่งเป็นประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมกรณี, รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง, รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา จึงมีความจำเป็นขอหมายขังผู้ต้องหาไว้ในระหว่างสอบสวน และคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาเนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และคดีดังกล่าวมีผลกระทบต่อบุคคลอื่นในวงกว้าง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ศาลสอบผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านการยื่นคำร้องขอฝากขัง และพิจารณาแล้ว เห็นว่ามีพยานหลักฐานตามสมควรว่าผู้ต้องหาน่าจะได้กระทำความผิดอาญาตามข้อกล่าวหา กับทั้งการจับกุมชอบด้วยกฎหมายแล้ว และพิจารณาแล้วเห็นว่าเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ห้องพักในรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่ อ.เมือง จ.หนองคาย ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ออกหมายจับผู้ต้องหาเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหาเป็นคดีนี้ และมีพฤติการณ์เตรียมตัวจะหลบหนี

มีการเตรียมตัวขอหนังสือเดินทางออกนอกประเทศก่อนถูกจับกุม กับทั้งพฤติการณ์แห่งคดีเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญอันจะมีผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงเชื่อว่าหากไม่ออกหมายขังผู้ต้องหาไว้แล้ว ผู้ต้องหาจะหลบหนีและมีเหตุจำเป็นต้องสอบสวนต่อไป จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาในระหว่างสอบสวนได้ตามขอมีกำหนด 12 วัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปคุมขังยังเรือนจำระหว่างฝากขังต่อไป