โชเฟอร์รถตู้ เข้าแจ้งความขอให้จับกุม อดีตผกก.สน.สุทธิสาร คนเก่า และตำรวจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแอดมินเพจ หลังถูกกลั่นแกล้งจนติดคุกฟรี 6 เดือน แถมรถตู้หาย
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 พ.ย. 2565 ที่สน.สุทธิสาร นายพรเทพ พุ่มสะอาด หรือเดี่ยว อายุ 46 ปี อาชีพขับรถตู้รับจ้างทั่วไป และนายธนชัย แมงทอง เพจทนายความประชาชน เข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.รักเกียรติ ปทุมวัลย์ สว.(สอบสวน) เพื่อดำเนินดคีกับตำรวจสน.สุทธิสาร ที่เกี่ยวข้อง และแอดมินเพจแห่งหนึ่ง ซึ่งทำให้นายพรเทพ ถูกดำเนินคดีอาญา ติดคุกนานกว่า 6 ดือน
นายพรเทพ กล่าวว่า ตนถูกแอดมินเพจหนึ่งแจ้งตำรวจสน.สุทธิสาร ให้ดำเนินคดีกับตน เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 64 ให้ข้อหาแอบอ้างแต่งกายเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหลอกบรรดาแฟนคลับในคดีน้องชมพู่ ให้โอนเงินบริจาคจำนวน 3 แสนบาท เพื่อช่วยเหลือแม่น้องชมพู่ และนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
ทั้งนี้ตนเข้ามามอบตัวที่โรงพักแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังถูกจับกุมมีตำรวจเอากุญแจรถตู้ของตนไป อ้างว่าเพื่อสะดวกในการเคลื่อนย้ายรถ ไม่ได้ยึดเป็นของกลาง หลังถูกจับก็ไม่ได้รับการประกันตัวถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และติดคุกนาน 6 เดือน
ต่อมาอัยการสั่งไม่ฟ้องในคดี คือยักยอกเงินบริจาค แต่งกายเลียนแบบตำรวจและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตนถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 65 ทำให้ติดคุกฟรีนานกว่า 6 เดือน จากนั้นตนมาทวงถามหารถตู้ แต่ไม่มีตำรวจคนไหนบอกได้ว่ารถตู้ของตนหายไปไหน

“ผมยืนยันในเรื่องเงินบริจาค ก่อนเกิดเหตุแฟนตนที่อยู่ประเทศนิวซีแลนด์ โอนเงินมาให้ 4 แสนบาท เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดตน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 63 และตนเอาเงินไปซื้อรถตู้มือสองคันดังกล่าว 3.6 แสนบาท มีเงินบริจาคคดีชมพู่แค่ 3,200 บาท แต่ในสำนวนคดีระบุว่าตนได้เงินบริจาค 3 แสนบาท
ทั้งนี้เงินบริจาค 3,200 บาท นั้นตนนำไปทำบุญทอดกฐินจริง ที่วัดป่าปัญญาธรรมใน จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 63 รวมทั้งเงินเข้าออกในบัญชีตน ก็มีหลักฐานชัดเจน ทำให้อัยการสั่งไม่ฟ้อง”
นายพรเทพ กล่าวต่อว่า ตนต้องการให้ดำเนินคดีกับตำรวจสน.สุทธิสาร ที่กลั่นแกล้งตนจนถูกดำเนินคดีอาญาข้อหา ปั้นพยานหลักฐานเท็จ กลั่นแกล้งทำให้รับโทษทางคดีอาญา และลักทรัพย์ รวมทั้งให้ดำเนินคดีกับแอดมินเพจเฟซบุ๊กในข้อหาแจ้งความเท็จด้วย
ด้านนายธนชัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนพานายพรเทพ ไปที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้มีการตรวจสอบการทำงานของตำรวจที่เกี่ยวข้องในคดีคาดว่ามี 3 คน ไล่ตั้งแต่ ผกก.โรงพักลงมา รวมทั้งแอดมินแห่งหนึ่งอีกด้วย
ด้านพ.ต.ท.รักเกียรติ กล่าวว่า เบื้องตน รับแจ้งความไว้แล้ว จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป