‘กัน จอมพลัง’ พา 2 แม่ลูก ถูกกลุ่มโจ๋ เมาน้ำกระท่อม บุกรุมทำร้ายถึงในบ้าน หวั่นคดีไม่คืบ แถมยังมีกระแสถูกแจ้งความกลับ วอนตร.ให้ความเป็นธรรม

วันที่ 24 พ.ย. 65 ที่ สน.ดินแดง นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พร้อมด้วย นายมังกร อายุ 19 ปี และ นางอาจิน ทรัพย์บัว มารดา มาติดตามความคืบหน้าของคดี หลังถูกกลุ่มวัยรุ่น เข้ามาทำร้ายในบ้าน จนได้รับบาดเจ็บ

นายกัณฐัศว์ กล่าวว่า วันนี้ตนพาทั้งคู่มาติดตามความคืบหน้าของคดี หลังจากเกิดเหตุทั้ง 2 ต้องย้ายออกจากบ้านที่เกิดเหตุและอยู่ห่างไกลจากโรงเรียนกว่า 20 กิโลเมตร เนื่องจากกลัวความไม่ปลอดภัย เพราะคู่กรณีแจ้งความกลับ โดยทางแม่ของนายมังกรตัดสินใจให้ลูกพักการเรียน นอกจากนี้ทางกรณีพนักงานสอบสวนที่ดูแลคดีของฝ่ายคู่กรณีได้ติดต่อมาบอกว่าให้หาผู้ใหญ่มาไกล่เกลี่ย ตนจึงเดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดีด้วยตัวเอง

ด้าน นายกฤษฎา โลหิตดี หรือ ทนายโนบิตะ กล่าวว่า ตามข้อกฎหมายแล้วการที่ผู้ก่อเหตุมาก่อเหตุภายในบ้านของผู้เสียหาย โดยไม่มีเหตุอันควร อย่างไม่ยินยอม อาจจะผิดในข้อหาบุกรุกได้ และการที่ใช้อาวุธเข้าไปทำร้ายร่างกายหรือใช้กำลังประทุษร้าย เจ้าของบ้านย่อมมีสิทธิที่จะปกป้องตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น โจรขึ้นบ้าน เจ้าของบ้านมีสิทธิที่จะต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง ส่วนตัวมองว่าถ้าหากต่อสู้ เพื่อปกป้องตัวเองแล้วถูกแจ้งความกลับมันเป็นเรื่องที่แปลก

ส่วน นางอาจิน กล่าวว่า ตนรู้สึกกังวลเรื่องความปลอดภัยและกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียน ถึงเหตุผลที่ลูกชายต้องขาดเรียน โดยทางผู้อำนวยการแจ้งว่า อนุญาตให้หยุดเรียน 1 เดือนได้ จากนั้นต้องกลับมาเรียนเหมือนเดิม ถ้าไม่สามารถทำได้ก็ต้องไปเรียนที่อื่น ซึ่งในเรื่องของคดี เป็นไปไม่ได้ที่จะสามารถจัดการเสร็จภายใน 1 เดือน ประกอบกับทราบว่าฝ่ายคู่กรณีมาแจ้งความดำเนินคดีกลับ

ในวันเกิดเหตุ ยืนยันว่ากลุ่มวัยรุ่นทั้ง 3 คนบุกรุกเข้ามาทำร้ายร่างกายลูกถึงในบ้านและตนพยายามเข้ามาป้องกันลูก แต่กลับโดนแทงไปด้วย ซึ่งประเด็นนี้ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกับฝั่งคู่กรณีที่พยายามต่อสู้ว่า ไม่ได้บุกเข้ามาในบ้าน แต่ลูกออกมาทะเลาะวิวาทกันหน้าบ้านและแทงคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ 2 คน จึงนำกล้องวงจรปิดมายืนยัน อีกทั้งอีกฝ่ายยังแจ้งความกลับ จึงกลัวว่าลูกชายจะไม่ได้รับความยุติธรรม

นายมังกร กล่าวว่า ตนเพิ่งย้ายขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯได้ประมาณ 6 เดือนและมาอาศัยเช่าบ้านอยู่ภายในซอยประชาสงเคราะห์ 14 ที่เกิดเหตุ ส่วนแม่เพิ่งย้ายตามขึ้นมาได้ 3 วันก่อนเกิดเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้ วันที่ 5 ต.ค. 2565 กลุ่มของผู้ก่อเหตุเคยมานั่งเล่น นั่งกินน้ำกระท่อมกันในบ้านของตัวเอง โดยรู้จักและเป็นเพื่อนกับ นายจอน หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ และนายจอน เป็นคนพาคนกลุ่มนี้เข้ามาในบ้าน

ตัวเองในฐานะเจ้าของบ้าน จึงไม่พอใจเพราะนั่งกินน้ำกระท่อมกันดึก เสียงดัง และในวันดังกล่าวตนและแฟนสาวไม่สบาย นอนพักอยู่ด้านบนชั้น 2 จึงลงมาไล่คนกลุ่มนี้ให้ออกไปนั่งกินกันที่อื่น จึงทำให้คนกลุ่มดังกล่าวไม่พอใจและแยกย้ายกันกลับไป

ต่อมา 15 ตุลาคม 2565 กลุ่มคนดังกล่าวพากันมาที่บ้านอีกรอบ แต่นั่งกันอยู่บนรถจักรยานยนต์หน้าบ้านสักพัก จากนั้น 3 คน คือ เสื้อดำที่นั่งอยู่บนรถ ชื่อ นายธนวิชญ์ , เสื้อขาวนั่งอยู่บนรถอีกคัน ชื่อ นายวรัญชิต , และเสื้อแดงนั่งอยู่กับพื้น ชื่อ นายเขตต์ชัย บุกเข้ามารุมทำร้าย นอกจากนี้ยังสังเกตเห็นว่า นายธนวิชญ์ เสื้อสีดำ ถือมีดเข้ามาด้วย

ตัวเองจึงคว้ามีดที่วางอยู่ใกล้ตัวแทงสวนไป จังหวะที่ถูกกระทืบอยู่ที่พื้น ซึ่งมีดไปถูกนายธนวิชญ์ เสื้อดำ โดนเเทงตรงไหล่ , นายเขตต์ชัย เสื้อแดง โดนแทงที่ปอด , ส่วนนายวรัญชิตเสื้อสีขาวไม่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจังหวะนั้นแม่ตัวเองได้ยินเสียงดังโวยวายจึงลงจากบ้านมาดูและพยายามห้ามปราม ปรากฏว่าแม่ถูกฝังคู่กรณีแทงเข้าที่หลังใต้สะบักขวา เพราะเข้ามาห้ามและปกป้องตัวเอง จากนั้นกลุ่มคนดังกล่าวก็ขับรถจักรยานยนต์หนีออกไปอย่างรวดเร็ว

ต่อมาตำรวจ สน.ดินแดง สามารถตามจับกุมตัวได้ทั้ง 3 คนได้ และแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายและบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน ก่อนที่ทั้ง 3 คนจะได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ทำให้กลัวว่าจะเจอกลุ่มคู่กรณีอีก จึงทิ้งเงินมัดจำค่าเช่าบ้านและพากันย้ายบ้านหนี มาหางานทำใหม่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้งานใหม่ และกังวลเรื่องคดีความเนื่องจากตำรวจติดต่อมาว่าฝั่งคู่กรณีที่ถูกแทงเข้าที่ปอดจะแจ้งความกลับ นายมังกรและเรียกค่าเสียหาย ส่วนคดีของลูกชาย ผ่านมาเดือนกว่ากลับยังไม่มีการสั่งฟ้อง

ต่อมา เวลา 11.00 น. กันจอมพลัง พบเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 30 นาที ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่ได้พูดคุยกับกับ พ.ต.อ.วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผกก.สน.ดินแดง ซึ่งท่านได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.โสภณ แย้มชมชื่น รอง ผกก.สน.ดินแดง มาพูดคุยกับตน เนื่องจากติดภารกิจ ก็ทราบว่าขณะนี้สำนวนได้ทำเสร็จสิ้นหมดแล้วและจัดส่งให้อัยการในวันที่ 1 ธันวาคม นี้ ในส่วนเรื่องที่มีกระแสข่าวว่า คู่กรณี จะแจ้งความกลับนั้นจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบการแจ้งความกลับและขั้นตอนนี้ยังอีกยาวไกลเนื่องจากยังไม่ได้เรียกคู่กรณีมาสอบปากคำ

ส่วนก่อนหน้านี้ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนได้โทรมาหา ผู้เสียหายบอกให้หาผู้ใหญ่มาไกล่เกลี่ยนั้น จากการตรวจสอบเป็นตำรวจจริงและมีการโทรไปจริง ซึ่งประเด็นนี้ ฝากให้ผู้กำกับได้ตรวจสอบว่า ตำรวจนายนี้ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากคู่กรณีมีการแจ้งความกลับจริง ก็จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายและมองว่า ต่อให้มาแจ้งความจริงทางเจ้าที่ตำรวจก็ไม่ได้คล้อยตามเพราะจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน