หลังจากมีกระแสเตือนภัยในโลกออนไลน์ถึงปัญหาการผูกบัญชีธนาคารไว้กับแอพฯ ซื้อของออนไลน์ชื้อดังจนเป็นเหตุถูก แฮกเกอร์ ดูดเงินในบัญชี ตัดจ่ายอัตโนมัติไปยัง sips shopeepay(thailand) co.ltd ซึ่งโอนเงินออกจากบัญชีเองโดยที่เจ้าของบัญชีไม่ได้เป็นผู้ทำธุรกรรมดังกล่าวและไม่มีการแจ้งยืนยัน OTP
ผู้เสียหายรายหนึ่งเผยว่า ตนสูญเงินไปเกือบ 5 หมื่นบาท ทำให้กลายเป็นเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เนื่องจากมีชาวเน็ตจำนวนมากอ้างว่าโดนในลักษณะเช่นเดียวกับผู้โพสต์จนเกิดการร้องเรียนอย่างล้นหลามให้ทางแอพฯออกมาชี้แจง
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. แอพลิเคชันซื้อของออนไลน์ชื่อดัง Shopee ส่งข้อความตรงถึงผู้ใช้แอพฯ ทุกคน โดยประกาศผ่านการแจ้งเตือนว่า ประกาศ : เปลี่ยนแปลงช่องทางการชำระเงิน Shopee จะเริ่มทำการปิดช่องทาง “การชำระผ่านบัญชีธนาคาร” เป็นการถาวร ตั้งแต่ 6 ธ.ค.65 เป็นต้นไป โดยคุณสามารถชำระเงินผ่าน พร้อมเพย์, ShopeePay หรือช่องทางอื่นๆ ได้ตามปกติ
ขณะเดียวกันผู้เสียหายทั้งหมดได้ไปยื่นเรื่องกับทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ให้ช่วยดำเนินการเอาผิด ก่อนเดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อเข้าให้ปากคำแก่ตำรวจไซเบอร์ เพราะหลังเข้าพบทนายรณรงค์ ตำรวจไซเบอร์ได้โทรหาผู้เสียหายเพื่อเรียกมาให้ปากคำ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2565 พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท. 1 กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ากรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นการแฮกบัญชี shopee pay โดยทางบก.สอท.ได้ประสานเชิญทางเจ้าของแพลตฟอร์มดังกล่าวมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตามการแฮกเกอร์ในลักษณะนี้ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทั้งเรื่องการเข้าระบบโดยมิชอบ ทำให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย โดยหลังจากนี้ต้องมาดูเรื่องอื่นเพิ่มเติมด้วยว่าจะมีอะไรผิดเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ซึ่งทางตำรวจจะดำเนินการตามพยานหลักฐาน
อย่างไรก็ตามฝากประชาสัมพันธ์ว่าหากประชาชนคนใดที่พบว่าตัวเองได้รับความเสียหาย ก็สามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 หรือเข้าไปแจ้งเรื่องที่ thaipoliceonline.com
ต่อมามีเจ้าหน้าที่จากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง เข้ามารับเอกสารจากผู้เสียหายโดยตรง พร้อมกับเข้าหารือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้มีรายงานว่าเดิมทีมีกำหนดการนัดหมายว่าทางเจ้าหน้าที่จะเชิญทางเจ้าของแพลตฟอร์มดังกล่าวมาให้ข้อมูล แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวว่าจะขอส่งข้อมูลให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป
อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้เสียหายกว่า 50 ราย ยอดความเสียหายประมาณ 9 แสนบาท ซึ่งเส้นทางของเงินถูกตัดเงินผ่านระบบบัญชีธนาคารที่ผูกไว้กับแอพพลิเคชั่นชื่อดังกระจายไปยังร้านเกมต่างๆ
สำหรับรายการสินค้าที่ถูกหักเงินไป เป็นสินค้าประเภท บัตรเติมเงินเกมออนไลน์ ซึ่งสินค้าประเภทนี้ เป็นสินค้าต้องห้ามที่ทาง shopee กำหนดเงื่อนไขเอาไว้ว่าไม่ให้เข้ามาขายในบริษัท shopee แต่กลับสามารถเข้ามาขายได้