พยานคดีอธิบดีกรมอุทยานฯ รับสินบน เผยไม่เต็มใจจ่าย ไม่ได้สมัครใจ ยอมเพราะเกรงกลัวอำนาจ ตร.ยันไม่มีใครยุ่งเหยิงหลักฐานแน่นอน
วันที่ 6 ม.ค.2565 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. กล่าวถึงการสอบปากคำพยานที่นำเงิน 9.8 หมื่นบาทไปมอบให้นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ทุกนายให้การที่เป็นประโยชน์ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าถูกบังคับ เพราะส่วนใหญ่ไม่ยินยอมและไม่สมัครใจ แต่ที่ต้องยินยอมก็เพราะเกรงกลัวอำนาจ ทำให้ต้องยอมทำตามข้อเรียกร้องของนายรัชฎา
ส่วนรายชื่อที่ปรากฏบนซองเงินของกลางภายในห้องทำงานจำนวน 21 ซอง สามารถตรวจสอบทราบบุคคลได้แล้ว 14 รายซึ่งอยู่ในระดับหัวหน้าของหน่วยงานนั้นๆ ล่าสุดได้ออกหมายเรียกไปแล้ว 6 ราย โดยให้มาเข้าพบในวันที่ 11 ม.ค.นี้ นอกจากนี้ก็จะออกหมายเรียกเพิ่มเติมอีก 8 ราย เพื่อให้มาพบในวันที่ 12 ม.ค.ซึ่งมีบางส่วนยินยอมจะเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน ส่วนใครจะมาหรือไม่มาก็เป็นสิทธิของพยาน แต่หากเป็นทางคดี ในอนาคตพยานเหล่านี้ก็จะถูก ป.ป.ช.เรียกสอบปากคำในภายหลังเพิ่มเติมอยู่ดี
ส่วนกรณีเรื่องการสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใคร โดยยืนยันว่าหากเชื่อมโยงถึงใคร ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ส่วนกรณีที่มีการกระแสข่าว ว่าหลังจากที่นายรัชฎาได้รับการประกันตัวแล้วจะเข้ายุ่งเหยิงข่มขู่กับพยานหลักฐานหรือไม่นั้น จากการตรวจสอบแ้วยังไม่พบว่ามีการไปยุ่งเหยิงหรือข่มขู่พยานแต่อย่างใด
ภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอนสอบปากคำ ทางพยานเผยว่า ตนยอมรับว่าการให้ข้อมูลครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานในอนาคต แต่เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตนจำเป็นต้องออกมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องถูกตัดงบประมาณดูแลป่าและสัตว์ป่ามาตลอด ซึ่งส่งผลให้การทำงานยากลำบากขึ้น ทั้งนี้ขอให้ประชาชนเข้าใจว่าคดีความที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับบุคลากรและหน่วยงานทั้งหมด จึงอยากให้สังคมเข้าใจการทำงานของบุคลากรกรมอุทยานฯ ด้วย เพราะหลายคนก็มีปัญหาเรื่องหนี้สิน เนื่องจากงบประมานถูกตัดออกไปมากถึง 70% ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำเงินมาใช้สำหรับปฎิบัติหน้าที่ และคอยดูแลลูกน้อง
ส่วนรายละเอียดการให้ปากคำในครั้งนี้ ตนไม่สามารถเปิดเผยได้ ก็ขอให้เป็นไปตามกฏหมาย ส่วนรายละเอียดของคดีก็เป็นไปตามที่หัวหน้าชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จังหวัดอุบลราชธานีร้องเรียนไว้
ส่วนข่าวลือว่า มีการข่มขู่พยานในคดี สำหรับตนนั้นยังไม่เคยถูกข่มขู่จากใคร และไม่มีการกดดันจากผู้ใหญ่ในกระทรวงอีกด้วย ส่วนคนอื่นตนก็ไม่ทราบ ทั้งนี้ตนไม่ได้กลัวการถูกข่มขู่ แต่กลัวสิ่งที่เจ้าหน้าที่ปกป้องผืนป่าจะต้องมาสูญเปล่าการทำหน้าที่มากกว่า