จับแล้ว 2 คนร้าย ยิงน้องทนายดัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เปิดปมยิงก่อนซิ่งกระบะหนี ด้าน พี่คนเจ็บ เผย รู้ทีหลัง ตำรวจให้ประกันตัวไปแล้ว

จากกรณีคนร้ายใช้รถกระบะสีขาว ก่อเหตุยิง นายวรพงศ์ ดำชู อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของ นายนรินทร์ ดำชู ทนายความชื่อดังในพื้นที่ อ.ทุ่งสง จนบาดเจ็บสาหัสบนถนน ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคืนวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นทหารพรานอยู่ที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนสาเหตุทราบว่าเขม่นกันภายในผับแห่งหนึ่ง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว : เปิดคลิป คนร้ายขับกระบะ ยิงน้องทนายดัง เพื่อนแฉมีทหารพรานนั่งมาด้วย

จับแล้ว 2 คนร้าย ยิงน้องทนายดัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เปิดปมยิงก่อนซิ่งกระบะหนี ด้าน พี่คนเจ็บ

จับแล้ว 2 คนร้าย ยิงน้องทนายดัง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เปิดปมยิงก่อนซิ่งกระบะหนี ด้าน พี่คนเจ็บ

ล่าสุดวันที่ 12 ม.ค.2566 พ.ต.อ.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน ผกก.สภ.ทุ่งสง และตำรวจชุดสืบสวนได้จับกุม 2 ใน 3 ผู้ต้องหาที่ปรากฏในภาพวงจรปิดคือ นายเทพณรงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อาสาสมัครทหารพรานพื้นที่ จ.นราธิวาส และ นายฟาริส (ขอสงวนนามสกุล) พร้อมอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ที่ใช้ก่อเหตุ 1 กระบอก รถกะบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน ผต-7194 นครศรีธรรมราช แต่พบว่าผู้ต้องหาทั้งคู่ได้ประกันตัวไปแล้ว

ด้าน นายนริน ดำชู ทนายความพี่ชายของนายวรพงศ์ ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า อาการล่าสุดของน้องชาย ยังสาหัส ไม่รู้สึกตัว ได้ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพราะเครื่องมือทางการแพทย์ทันสมัยกว่า ส่วนคดีนั้นมีข้อสงสัยหลายอย่าง ซึ่งตำรวจไม่ได้แจ้งญาติถึงความคืบหน้าใด ๆ เลย กระทั่งมีการจับกุมและญาติก็ไม่ทราบ มารู้อีกทีพบว่ามีการประกันตัวไปแล้ว โดยตนนำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจภาค 8 ให้มีการตรวจสอบการทำงานของตำรวจสภ.ทุ่งสง ต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.ธีระวุฒิ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับคนร้ายกลุ่มนี้ แต่ปรากฏว่านายเทพณรงค์ซึ่งเป็นเจ้าของปืนคนยิง และเจ้าของรถ กับนายฟาริส ชิงมอบตัวก่อน จึงได้รับการประกันตัวไป อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีหลักฐานสำคัญซึ่งเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพจากพฤติกรรมทั้งของผู้บาดเจ็บและผู้ก่อเหตุ เป็นคดีที่ไม่สลับซับซ้อนแต่อย่างใด และจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

พ.ต.อ.ธีระวุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนการสอบปากคำ นายเทพณรงค์ ผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิง ให้การว่า ไม่ได้ตั้งใจที่จะยิง แต่ถูกนายวรพงศ์ผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีอาวุธมีดอยู่ในมือเข้ามาทำร้ายฝ่ายตนเองเช่นกัน ขณะเกิดเหตุนายเทพณรงค์ชักอาวุธปืนออกมาขู่แต่ไม่เป็นผล จึงได้ขับหลบหนี

พ.ต.อ.ธีระวุฒิ กล่าวอีกว่า แต่ปรากฏว่านายวรพงส์ไม่ละความพยายาม ได้ตามไปยังจุดเกิดเหตุ ก่อนจะมีการยิงกันดังกล่าว ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายเขม่นกันที่ผับก่อนจะบานปลายกลายเป็นเหตุดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน