สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จับ3จีนเทา ถือหนังสือเดินทาง 2 สัญชาติ แก๊งMLM หลอกลงทุนคลิปโต
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 2566 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมืองทองธานี พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. แถลงข่าวผลปฏิบัติการ ยุทธการกวาดล้างมังกรซ่อนกาย สืบสวนคนต่างด้าวที่มีหนังสือเดินทาง 2 สัญชาติขึ้นไป ที่เข้ามาพำนักในประเทศไทย พบ 117 ราย
ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติของคนต่างด้าวทั้ง 117 ราย พบว่าเป็นบุคคลที่รัฐบาลต่างประเทศมีการออกหมายจับไว้ที่ประเทศต้นทางจำนวน 17 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่และฉ้อโกง ซึ่งระหว่างการติดตามตัวคนต่างด้าวบางส่วนได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปแล้วคงเหลืออยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียง 3 ราย ซึ่ง คนต่างด้าวทั้ง 3 รายนี้ เป็นผู้ที่หลบหนีการกระทำผิดมาพำนักและอยู่ในประเทศไทย โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1. นาย เสี่ยว (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี มีหมายจับสาธารณรัฐประชาชนจีน ข้อหา ความผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ จับกุมได้ที่คอนโดหรูย่านพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 2. นาย ลี (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี มีหมายจับสาธารณรัฐประชาชนจีน ข้อหา ฉ้อโกง จับกุมได้ที่บ้านพักย่านพัฒนาการ เขตสานหลวง กรุงเทพฯ และ3. นางสาว เฉิน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี มีหมายจับสาธารณรัฐประชาชนจีน ข้อหา ฉ้อโกง จับกุมได้ที่หน้าร้านอาหารย่านสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
จากนั้น ได้นำตัวคนต่างด้าวทั้ง 3 ราย ส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรไทยของคนต่างด้าวทั้ง 3 ราย ก่อนจะผลักดันกลับประเทศ โดยเบื้องต้นทั้ง 3 ราย ใช้หนังสือเดินทางสัญชาติ วานูอาตู เข้ามาในไทย โดยหนึ่งในจำนวนนี้ เป็นผู้นำองค์กรMLM ซึ่งเป็นองค์กรจีนที่ตั้งขึ้นเพื่อการฉ้อโกงโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่เป็นการหลอกลงทุนเงินคลิปโตเคอเลนซี่ ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นมาเอง ไม่มีการซื้อขายในตลาดจริง มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท หรือ 20 ล้านหยวน
ซึ่งตำรวจจะเร่งขยายผลตรวจสอบว่ามีการนำทรัพย์สินเข้ามาในประเทศหรือไม่ ซึ่งหากพบก็จะต้องตรวจสอบว่าทรัพย์สินเหล่านั้นได้มาจากการกระทำผิดในประเทศไทย หรือ นำมาจากประเทศจีน ก่อนจะมีการส่งทรัพย์สินคืนให้ทางการจีน นอกจากนี้ยังได้ขยายผลเพิ่มเติม จับกุมคนต่างด้าวที่ถือหนังสือ 2 สัญชาติ และอยู่ในราชอาณาจักรเกิดกำหนด หรือ โอเวอร์สเต จำนวน 31 คน จากที่ตรวจพบ 58 คน ซึ่งทั้งหมดจะถูกผลักดันกลับประเทศเช่นกัน
พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ กล่าวอีกว่าปฏิบัติการนี้เป็นการป้องกันเพื่อตัดโอกาสการกระทำผิดของอาชญากร ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หลังนายกรัฐมนตรีกำชับ ไม่ปล่อยให้ประเทศไทยให้เป็นฐานกระทำผิดของอาชญากรรมข้ามชาติ
