หนุ่มวัย 20 ปี พร้อมแฟนสาวกับเพื่อน ขับจักรยานยนต์หนีตาย เจอเก๋ง 2 คัน ไล่ยิง ขับปาดหน้า ก่อนลงมา รุมกระทืบ ซ้ำอีกริมถนนในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 26 ก.พ.2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครหลวง รับแจ้งเหตุชายถูกยิงด้วยอาวุธปืน บริเวณริมถนน สายนครหลวง-ภาชี ม.6 ต.บ้านชุ้ง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังสายตรวจ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และสมาคมอยุธยารวมใจ

หนุ่มวัย 20 ปี พร้อมแฟนสาวกับเพื่อน ขับจักรยานยนต์หนีตาย เจอเก๋ง 2 คัน ไล่ยิง ขับปาดหน้า ก่อนลงมา รุมกระทืบ
ที่ศาลาพักผู้โดยสารริมถนนพบ นายพิชาภพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี สภาพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด บริเวณเอวด้านซ้าย 1 แผล เจ้าหน้าที่จึงเร่งประถมพยาบาลเบื้องต้น และรีบนำส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช ตรวจสอบบริเวณศาลาพักผู้โดยสาร พบอาวุธลักษณะเป็นมีดหมอ ตกอยู่ข้างฟุตบาท 1 เล่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถาม นายพิชาภพ กล่าวว่า เพื่อนของตนโทรมาหาว่ามีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่น ที่บริเวณแถวหน้าวัดมาบพระจันทร์ ต.หนองปลิง อ.นครหลวง ตนจึงขับรถจักรยานยนต์มาหาเพื่อน มาถึงได้จอดรถคุยกันกับเพื่อน บริเวณสะพานหน้าวัดมาบพระจันทร์ สักพักมีกลุ่มคนร้ายประมาณ 10 คน นั่งมาในรถเก๋ง 2 คัน สีขาวและสีดำ มาจอดบริเวณหน้าวัด แล้วลงมาจากรถ
นายพิชาภพ กล่าวต่อว่า โดยมีอาวุธมีดและปืนวิ่งตรงเข้ามาที่กลุ่มของตน จากนั้นใช้อาวุธปืนยิงมาที่กลุ่มของตน 1 นัด ทำให้ทุกคนต่างพากันวิ่งหนีตายกันไปคนละทิศละทาง ส่วนตนถูกปืนยิงเข้าบริเวณเอว 1 แผล ตนและแฟนสาวพร้อมเพื่อนอีก 1 คน จึงพากันขับรถจักรยานยนต์หนีตายออกมาตามเส้นทางวัดมาบพระจันทร์-บ้านชุ้ง เพื่อจะไปโรงพยาบาล
นายพิชาภพ กล่าวอีกว่า รถเก๋ง 2 คันได้ขับไล่ตามมาอีก ตนพยายามขับหนี ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร จากนั้นรถเก๋งได้ขับประกบปาดหน้าให้ตนจอดรถ จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นในรถเก๋งได้ลงมาจากรถจำนวน 3 คนแล้วถีบรถจักรยานยนต์ของตนจนล้ม และใช้อาวุธมีด ปืนข่มขู่ ก่อนจะช่วยกันรุมกระทืบตน แล้วพากันหลบหนีไป ซึ่งตนยืนยันว่าไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน
ด้าน ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่ง กล่าวว่า ตนกำลังจะขับรถไปส่งของที่ จ.สระบุรี และได้จอดรถหน้าร้านซักผ้าหยอดเหรียญเพื่อทำธุระ สักพักสังเกตเห็นผู้บาดเจ็บพร้อมแฟนและเพื่อนอีกคน พากันขับรถจักรยานยนต์ 3 คน 2 คัน มาจอดบริเวณศาลาพักผู้โดยสารริมถนน สักพักก็มีรถเก๋ง 2 คันสีขาวและสีดำขับมาปาดหน้ารถจักรยนต์ของผู้บาดเจ็บ
ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวต่อว่า จากนั้น ก็มีกลุ่มชายวัยรุ่นประมาณ 3 คนลงมาจากรถ แล้วรุมกระทืบผู้บาดเจ็บแต่ไม่ได้ทำร้ายผู้หญิง ก่อนจะพากันขึ้นรถหลบหนีไป ซึ่งขณะนั้นตนก็ไม่กล้าเข้าไปดูหรือเข้าไปช่วย เนื่องจากกลัวจะเกิดอันตราย เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุมีกันหลายคน


