กาญจนบุรี / รวบสองหนุ่มโหด รับเพื่อนซี้ขึ้นรถไปเที่ยว ก่อนมีปากเสียงชกต่อย ชักปืนสองกระบอกรัวยิงดับ ผ่านไปสามวันจึงมีคนมาพบศพ ตำรวจตามสืบจากกล้องวงจรปิดจนสามารถรวบตัวดำเนินคดีได้
เมื่อวันที่ 30 มี.ค. พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี และชุดสืบสวนจังหวัด คุมตัว นายสิทธิ์ชัย หรือ เก่ง อายุ 27 ปี และนายจตุรภัทร์ หรือ ไนท์ อายุ 20 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุฆ่านายวายุ จีนพานิช อายุ 26 ปี เพื่อนสนิท ก่อนทิ้งศพภายในพุ่มไม้ ใกล้เคียงบ่อขยะร้างในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
คดีนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อมีผู้มาพบศพชายนิรนามถูกทิ้งอยู่บริเวณดังกล่าว โดยสภาพศพเริ่มเน่าและมีหนอนขึ้น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ2-3วัน มีบาดแผลคล้ายถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณหน้าท้อง ตรวจสอบไม่พบเอกสารที่ระบุว่าเป็นใครมาจากไหน เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะถูกลวงมาฆ่าทิ้งแล้วนำศพมาซ่อนในพุ่มไม้เพื่ออำพรางสายตาคน จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้ง
ต่อมาวันนี้ (30 มี.ค.) นายอภิวุฒิ จีนพานิช เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอดูภาพศพที่พบ ก่อนจะยืนยันว่า ศพของชายนิรนามที่พบ คือศพของนายวายุ จีนพานิช อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นลูกชาย โดยให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายวายุ ออกไปจากบ้านตั้งแต่ช่วงดึก คืนวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเดินทางไปเล่นเกมที่บ้านของเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งเปิดเป็นอู่ซ่อมรถโฟร์วีล ในพื้นที่ถนนพัฒนากาญจน์ใกล้กับมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข้อมูลจึงได้เดินทางไปที่บ้านของเพื่อนนายวายุ โดยเพื่อนรายนี้ได้ให้ข้อมูลว่า นายวายุ มาเล่นเกมที่บ้านจริง ก่อนที่ในช่วงเวลาประมาณ 21.17 นาฬิกา จะมีเพื่อนของนายวายุ ชื่อว่านายเก่ง โทรศัพท์มาหาบอกว่าจะขับรถมารับนายวายุไปเที่ยว ซึ่งหลังจากนายวายุ ขึ้นรถไปกับนายเก่งก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่หน้าอู่ซ่อมรถ พบว่าเป็นไปตามที่เพื่อนของนายวายุให้ข้อมูล
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งติดตามหาตัวนายเก่ง กระทั่ง สามารถติดตามตัวมาได้และนำตัวมาสอบปากคำเครียดหลายชั่วโมง จนเมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00 นาฬิกา นายสิทธิ์ชัย หรือ เก่ง อายุ 27 ปี ได้รับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายจตุรภัทร์ หรือ ไนท์ อายุ 20 ปี ลงมือใช้อาวุธปืนยิงนายวายุจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึก คืนวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา
พล.ต.ต.ไพโรจน์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำ นายเก่ง และนายไนท์ ให้การว่า ก่อนหน้านี้ ทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทกัน มักจะไปเที่ยวด้วยกันเป็นประจำ แต่ระยะหลังเริ่มมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งเรื่องเงินกันบ่อยครั้ง กระทั่ง ในคืนวันเกิดเหตุ หลังจากที่นายเก่งและนายไนท์ ไปรับนายวายุขึ้นรถออกมาด้วยกัน และกำลังไปขับรถเที่ยว
ระหว่างกำลังอยู่บนรถ นายเก่งและนายวายุ มีปากเสียงกันเรื่องอาวุธปืน ที่หุ้นเงินกันซื้อมา แต่กลับได้ปืนที่ไม่ดี ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกันรุนแรงจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน จากนั้น นายเก่ง ที่เป็นคนขับ ได้จอดรถและลงไปมีปากเสียงกับนายวายุ ส่วนนายไนท์ เดินไปปัสสาวะข้างทาง
เมื่อนายไนท์เดินกลับมาที่รถ ก็ได้ลงมือชกต่อยกับนายวายุ แต่เนื่องจากนายไนท์ตัวเล็กกว่าจึงสู้แรงนายวายุไม่ได้ นายเก่งที่คุมเชิงอยู่ จึงใช้อาวุธปืนลูกโม่ที่ซื้อมายิงเข้าใส่นายวายุ จำนวน 2 นัด ด้วยความตกใจ นายวายุพยายามวิ่งหนีเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง แต่ก็ถูกนายไนท์ ใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ยิงใส่อีก 1 นัด และนายเก่ง ยิงซ้ำอีก 3 นัด
ก่อนที่นายวายุจะวิ่งหายไปในความมืด นายเก่งและนายไนท์ พยายามขับรถตามหาแต่ก็ไม่พบตัวนายวายุ จึงตัดสินใจขับรถหลบหนีออกมาจากที่เกิดเหตุและแยกย้ายกันกลับบ้าน กระทั่ง มีผู้มาพบศพนายวายุ และทั้งสองคนก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมารวบตัวได้ในที่สุดพร้อมอาวุธปืนของกลางและรถยนต์กระบะที่ใช้ในวันเกิดเหตุ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับทั้งสองคน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ทั้งนี้ เมื่อผลการชันสูตรศพอย่างละเอียดออกมา ก็จะได้พิจารณาเพิ่มข้อกล่าวหาแก่ผู้ก่อเหตุทั้งสองคนต่อไป