สืบนครบาลตามรวบ แดเนียล หลอกเป็นหนุ่มลูกครึ่ง ไทยมาเลเซีย ตุ๋นสาวลงทุนแอปฯ ICTF ได้ผลตอบแทนสูง กว่าจะรู้ตัว ก็สูญเงินร่วม 11 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2566 พ.ต.ต.สัญญลักษ์ สังขะภักดี สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการที่ 3/1 ร่วมกันจับกุมนายกษิดิศ นนทธิ อายุ 30 ปี ชาว จ.ลำปาง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.435/2565 ลง 21 ก.ย.2565
ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน’’ จับกุมได้หน้าโรงแรมไพรวาซี่ เรสซิเด้นท์ ต.เขาสามยอด อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี วันที่ 5 เมษายน เวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 65 ผู้เสียหายได้พบโฆษณาทางเฟซบุ๊ก เป็นแอปฯชื่อว่า ICTF คลาวด์คอมพิวติ้งพลังการขุด เครื่องขุดเหรียญสกุลเงินดิจิทัล สามารถเปลี่ยนเป็นสกุลบาทได้ โดยถ้าสนใจจะลงทุน ให้ติดต่อไปทาง Line ID : daneil_177 โดย “แดเนียล” จะสร้างภาพว่าเป็นผู้ชายหล่อหน้าตาดี อ้างว่าเป็นลูกครึ่งไทยมาเลเซีย
เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อแล้วจึงได้เข้าไปคุยและทำการสมัครทำกิจกรรม ตามที่คนร้ายสอนให้ทำ โดยผู้เสียหายได้ตัดสินใจลงทุนเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 65 และได้โอนเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทย ไปยังบัญชีของผู้ต้องหา ที่ร่วมกันนำบัญชีมาหลอกผู้เสียหาย มีทั้งหมด 6 บัญชี โดยผู้เสียหายโอนเงินไปจำนวน 15 ครั้ง เป็นเงินทั้งหมด 11,342,529 บาท
กลอุบายของมิจฉาชีพของคดีนี้คือหลอกลวงแนะนำแอปฯ ICTF คลาวด์คอมพิวเตอร์พลังการขุด เครื่องขุดเหรียญสกุลเงินดิจิทัล สามารถเปลี่ยนมาเป็นสกุลเงินบาท ได้ผลตอบแทนสูง ซึ่งทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ แล้วหลอกโอนเงินไปยังบัญชีผู้ต้องหา ซึ่งถ้าไม่โอนเงินก็จะมีฝ่ายบริหารซี่งเป็นคอลเซ็นเตอร์ โทรมาข่มขู่ ซึ่งเป็นการทำงานแบบกระบวนการ

ด้านพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. หน.PCT ชุดปฏิบัติการที่ 5 กล่าวว่า วิธีการที่ผู้ต้องหารายนี้ใช้หลอกลวงนั้นมีความน่ากลัว เพราะมีการสร้างภาพรูปร่างหน้าตาดีลูกครึ่ง สร้างความน่าเชื่อถือหลอกเหยื่อให้ตายใจก่อน ซึ่งด้วยวิธีการนี้ทำให้จำนวนเงินที่ผู้เสียหายตัดสินใจนำมาลงทุนนั้น จะมีจำนวนที่สูงกว่าการถูกหลอกลวงทั่ว ๆ ไป
จึงขอเตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่า การร่วมลงทุนในโลกออนไลน์นั้นมีความเสี่ยง สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการระดมปราบปรามผู้กระทำผิดทางออนไลน์อยู่ตลอด ตามนโยบายของพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ฉะนั้นผู้ที่ยังทำหรือคิดจะทำขอเตือนว่า มันไม่คุ้มได้คุ้มเสีย เมื่อได้ลงมือก่อเหตุแล้วและมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วยังไงก็ต้องถูกจับกุม เพียงแต่จะช้าหรือเร็วแค่นั้นเอง