แม่พาลูกสาววัย13 ร้องสายไหมต้องรอด ถูกขืนใจในโรงเรียน ช็อกซ้ำ!ไม่ใช่แค่คนเดียว มีทั้งรุ่นพี่และเพื่อนรุ่นเดียวกัน แจ้งความแล้วคดีไม่คืบ

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเอ (นามสมมุติ) แม่วัย 33 ปี นำลูกสาวอายุ 13 ปี เข้าร้องเรียน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เนื่องจากลูกสาวของเธอ ถูกรุ่นพี่ และเพื่อน กระทำชำเราและทำอนาจาร ภายในโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง

นางเอ เล่าว่า เห็นแชทในมือถือลูกสาว ในเชิงชู้สาวที่ส่อไปทางอนาจาร คุยเรื่องเพศ บอกให้ลูกสาวถ่ายภาพโป๊เปลือยไปให้ จึงถามลูกสาวด้วยความตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนแรก ลูกสาว ไม่กล้าบอก จนคาดคั้นหนักขึ้นจึงยอมบอกว่า รุ่นพี่ ชั้น ม.5 ได้ทักแชทมาจีบ คุยกันมาประมาณ 1 เดือน คุยทั่วๆไป จากนั้นก็เริ่มคุยเรื่องเพศ และขอให้ถ่ายรูปในลักษณะโป๊เปลือยให้รุ่นพี่ดู นอกจากนี้รุ่นพี่ก็พยายามชวนออกไปเพื่อขอมีอะไรด้วย และบอกว่า “เชื่อใจได้ พี่ไม่ทำอะไรทรามๆแบบนั้นหรอก” ซึ่งลูกสาวก็เชื่อ และได้ส่งรูปไป

เมื่อเค้นถามว่า รุ่นพี่ ม.5 คนนี้ ไปมีอะไรด้วยกันหรือยัง ลูกสาวก็บอกว่า ยัง จากนั้นลูกสาว ก็หลุดบอกว่า แต่มีคนอื่นมาข่มขืนเธอ จึงพยายามเค้นถามอีก ลูกสาวก็รับสารภาพว่า เมื่อปลายปี 2565 มีรุ่นพี่คนหนึ่งที่ตอนนั้นอยู่ ม.6 (ปัจจุบันจบออกไปแล้ว) ได้ฉุดเข้าไปในห้องน้ำหญิง แล้วกระทำชำเราจนเสร็จ

ตอนนั้นลูกไม่กล้าเล่าให้ใครฟังและยังไปเรียนตามปกติ จนกระทั่งจากนั้นอีกไม่กี่วัน ก็มีเพื่อนชั้น ม.2 (อยู่คนละห้อง) มาแกล้งขโมยมือถือแล้ววิ่งขึ้นไปชั้นเรียน ลูกก็วิ่งตามไปเพื่อที่จะเอามือถือคืน แต่เมื่อเข้าไปในห้อง เพื่อน ม.2 ก็ได้ล็อกห้อง จากนั้นก็ถูกกระทำชำเรา ซึ่งวันนั้นเป็นวันงานกีฬาสีของโรงเรียน ทำให้ไม่มีใครอยู่ที่ห้องเรียน

นางเอ เล่าต่อว่า 2 ครั้งที่ลูกสาวโดนกระทำลูกสาวไม่เคยบอกตนเลย จนมาเห็นแชทคนที่ 3 ที่มีการคุยแปลกๆจึงเค้นจนทราบเรื่อง หลังรู้เหตุทั้งหมด ตนก็ไปคุยกับครูที่โรงเรียน แต่ก็ไม่มีการจัดการอะไร ไม่มีการเรียกผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายมาคุย ตนจึงไปแจ้งความที่ สน.ลาดกระบัง ให้ตำรวจดำเนินการ เพราะตนสงสารลูก ไปเรียนอย่างหวาดระแวง อีกทั้งลูกไม่อยากย้ายโรงเรียนเพราะเพิ่งเข้าเรียนได้ไม่กี่ปี

เมื่อสอบถาม เด็กหญิง อายุ 13 ปี ผู้เสียหาย บอกว่า คนแรกที่กระทำเธอนั้นมีการถ่ายคลิปวิดีโอไว้อีกด้วย หลังเกิดเหตุที่รุ่นพี่คนนั้นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนคนที่ 2 ก็เช่นเดียวกัน และหลังเกิดเหตุของครั้งแรก เธอเห็น ผู้ก่อเหตุ คนที่ 2 และที่ 3 เดินมาวนดู แต่ตอนนั้นเธอไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวและรู้สึกอาย

นอกจากนี้เคยมีเพื่อนนีกเรียนชั้นเดียวกัน มาถามเธอว่ารู้จักผู้ก่อเหตุคนที่ 2 หรือไม่ เมื่อเธอบอกไปว่ารู้จัก เพื่อนคนนั้นก็ร้องไห้ และเล่าว่าเธอก็โดนผู้ก่อเหตุคนที่ 2 กระทำอะไรบ้าง ทำให้เธอมั่นใจว่าจะต้องมีผู้เสียหายอีกหลายคนที่โดนแบบเธอ

ด้านนายเอกภพ บอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องใหญ่และละเอียดอ่อนมาก เพราะเหตุเกิดขึ้นในโรงเรียน ทั้งที่โรงเรียนควรจะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย แต่กลับมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และได้ประสานไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวมาสอบถามและแก้ไขจุดบอดจุดอัพพื้นที่เสี่ยงในโรงเรียน พร้อมมองว่าพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้นต้องมีการเตรียมการไว้ เพราะมีการเตรียมถุงยางอนามัยมาด้วย ซึ่งหากไม่ใช่น้องผู้เสียหายก็อาจจะเป็นคนอื่นที่ถูกกระทำแน่นอน

ต่อมาเวลา 13.30 น.ทีมงานสายไหมต้องรอด พาผู้ปกครองและน้องผู้เสียหายเข้าพบ พ.ต.อ.สมคิด ประเชิญสุข ผกก.สน.ลาดกระบัง เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีนี้ ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 30 นาที

นางอารีรัตน์ ศรีรัตนะ ทีมงานสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการพูดคุยกับทาง ผกก.สน.ลาดกระบัง ระบุว่าได้มีการประสานความคืบหน้ากับทางผู้ปกครอง และประสานกับทางโรงเรียนมาโดยตลอด ผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งมีการสอบเบื้องต้นไปแล้ว

แต่เนื่องจากผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุบางคนเป็นเยาวชนจึงต้องมีการสอบปากคำต่อหน้าอัยการ และสหวิชาชีพ ซึ่งทางท่านผู้กำกับได้มีการประสานงานเข้าสอบปากคำในวันนี้ ส่วนในทางคดีทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งหลังจากการสอบสหวิชาชีพแล้วก็น่าจะชัดเจนมากขึ้น

ส่วนความคืบหน้าทางโรงเรียนมีการสั่งพักการเรียนผู้ก่อเหตุที่ยังเรียนอยู่ทั้ง 2 คน ส่วนที่อายุ 19 ปีที่จบไปแล้วก็จะประสานผู้ปกครองให้เข้ามอบตัวต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน