สะใภ้ โหด จับมือกับลูกพี่ลูกน้อง บุกบ้านทุบหัวแม่ จับมัดมือมัดเท้า เปิดปากสารภาพเล่าปมแค้น ยืนยัน สามีไม่เกี่ยว ด้าน ตำรวจเร่งสอบสวนเพิ่ม เผยหลักฐานเด็ด

จากกรณี นายวรายุทธ (ขอสงวนนามสกุล) และ น.ส.ละอองดาว (ขอสงวนนามสกุล) ลูกชายและลูกสะใภ้ ก่อเหตุชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกาย ใช้สากกระเบือทุบตีศีรษะ นางมณีรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้เป็นแม่ จนได้รับบาดเจ็บ ต่อมาทั้ง 2 คน ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ก่อนจะส่งตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดราชบุรี ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

สะใภ้ โหด จับมือกับลูกพี่ลูกน้อง บุกบ้านทุบหัวแม่ จับมัดมือมัดเท้า เปิดปากสารภาพเล่าปมแค้น ยืนยัน สามีไม่เกี่ยว

สะใภ้ โหด จับมือกับลูกพี่ลูกน้อง บุกบ้านทุบหัวแม่ จับมัดมือมัดเท้า เปิดปากสารภาพเล่าปมแค้น ยืนยัน สามีไม่เกี่ยว

ความคืบล่าสุดวันที่ 20 ก.ค.2566 พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ วงค์เกตุใจ ผกก.สภ.บ้านโป่ง พร้อมด้วยทีมชุดปฏิบัติการจู่โจมพิเศษ ได้นำตัว น.ส.ละอองดาว และ นายศรุดา (ขอสงวนนามสกุล) พี่ชาย มาทำแผนประทุษกรรมประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านพักของนางมณีรัตน์ หลังจากทั้ง 2 ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงแล้วเสร็จ

พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ กล่าวว่า เนื่องด้วยลูกชายคนโตของนางมณีรัตน์ได้ร้องเรียนผ่าน กัน จอมพลัง ว่าแม่แท้ ๆ ถูกลูกชายและลูกสะใภ้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บแล้วชิงทรัพย์ไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ส่งศาลจังหวัดราชบุรี แต่เพื่อความเป็นธรรมและลบความเคลือบแคลงข้อสงสัย เจ้าหน้าที่จึงยังคงเดินหน้าสืบสวนหาข้อเท็จจริง

พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ กล่าวต่อว่า กระทั่งพบหลักฐานสำคัญเป็นคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนี พบว่า น.ส.ละอองดาวได้นั่งรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน 2กค5581 ราชบุรี ซ้อนท้ายชายลักษณะท้วม สวมเสื้อกันหนาวสีดำ กางเกงยีนส์สามส่วน รองเท้าแตะหูหนีบสีดำ และผูกผ้าขาวม้าคาดเอว

พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ กล่าวอีกว่า ซึ่งดูแล้วไม่ใช่นายวรายุทธ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวเจ้าของรถมาตรวจสอบ พบว่าคือนายศรุดาซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับบุคคลในภาพวงจรปิด จึงทำการสอบสวน ก่อนจะรับสารภาพว่าเป็นผู้ร่วมลงมือก่อเหตุดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนน.ส.ละอองดาวเพิ่มเติม กระทั่งสุดท้ายจึงยอมรับสารภาพ เพราะจำนนด้วยหลักฐาน

พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับพฤติกรรมการก่อเหตุ ทั้ง 2 คนให้การว่า ได้เดินทางมายังบ้านของนางมณีรัตน์ในช่วงเช้ามืด เมื่อมาถึงประตูบ้านถูกล็อก จึงหยิบท่อนไม้สีขาวลักษณะคล้ายสากกะเบือที่วางอยู่หน้าบ้านเพื่อใช้เป็นอาวุธ แล้วปีนเข้าไปในบ้านทางหน้าต่าง ก่อนจะซุ่มดักรออยู่หลังประตูบ้าน

พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ กล่าวว่า เมื่อนางมณีรัตน์เดินเข้ามาในบ้าน นายศรุดาจึงรีบจับตัว พร้อมกับเอามือปิดปาก แล้วผลักลงไปนอนที่เตียง ก่อนจะใช้ท่อนไม้ทุบตีที่ศีรษะและตามตัวจนสลบ โดยมี น.ส.ละอองดาวคอยช่วยจับตัวไม่ให้ดิ้นหลบหนี แล้วใช้สายชาร์จโทรศัพท์มือถือและสายไฟมัดมือมัดเท้า และชิงทรัพย์หลบหนีไป สำหรับอาวุธที่ใช้ก่อเหตุและทรัพย์สินทั้งหมด ได้นำไปทิ้งในป่าข้างทาง และถังขยะตามเส้นทางที่หลบหนี

ด้าน น.ส.ละอองดาว กล่าวว่า ตนและนายวรายุทธใช้ชีวิตคู่อยู่กินกันมาแล้ว 8 ปี ซึ่งที่ผ่านมา สามีก็ช่วยตนทำมาหากินเป็นปกติ อีกทั้งยังรักและช่วยเลี้ยงดูลูกติดของตนเป็นอย่างดี แต่แม่สามีกลับพยายามทำให้เราเลิกรากัน และยังนำเรื่องของตนไปนินทาว่าร้ายตามที่ต่าง ๆ ให้ชาวบ้านฟัง จนเกิดความแค้นใจมานาน จึงร้องขอให้นายศรุดา ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องที่สนิท และรับรู้ปัญหาของตนมาตลอดร่วมก่อเหตุ

น.ส.ละอองดาว กล่าวต่อว่า ซึ่งหลังจากที่ลงมือไปแล้ว ยอมรับว่ารู้สึกผิดกับแม่สามี และอยากขอโทษ ในส่วนของสามี ตนขอยืนยันว่า เขาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในเรื่องดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลความเชื่อมโยงว่า นายวรายุทธได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ หากผลการตรวจสอบพบว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทางเจ้าหน้าที่ก็จะยื่นคำร้องต่อศาลขอหมายปล่อยตัวให้เป็นอิสระต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน