สืบนครบาล ร่วมกับกับสืบ 110 ทลายโกดังส่งของเก๊ พร้อมรวบบอสชาวเวียดนาม ส่งดะออนไลน์เก็บเงินปลายทาง สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2566 พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจ บก.สส.บช.น. วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ชุด PCT5 และเหล่านักเรียนอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 110 ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายเหงียน วาน เวียด (MR. NGUYEN VAN VIET) อายุ 40 ปี สัญชาติเวียดนาม
ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2246/2566 ลงวันที่ 14 ก.ค. 66 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและร่วมกันฟอกเงิน

พร้อมของกลางกล่องพัสดุที่ถูกตีกลับจากลูกค้า 468 กล่อง สินค้าอีกหลายรายการอาทิเช่น พาวเวอร์แบงค์ , นาฬิกาข้อมือ , เครื่องดูดฝุ่น , เครื่องบดไฟฟ้า , มีด ประมาณ 5,000 ชิ้น จับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านพูนสินธานี 1 ซอย 1 ซอยเคหะร่มเกล้า 64 แขวงคลองสองต้นนุ่น ลาดกระบัง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา
โดยพฤติการของผู้ต้องหารายนี้คือการ “ส่งดะ” เป็นธุรกิจขายออนไลน์สายดาร์กที่กำลังแพร่ระบาดหนัก และสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนในปัจจุบัน การส่งดะที่กล่าวถึงคือการส่งสินค้าไปตามบ้านเรือนของประชาชนแล้วให้เหล่าบริษัทขนส่งเอกชน “เก็บเงินปลายทาง” ทั้งที่ประชาชนคนนั้นไม่ได้มีการสั่งซื้อของแต่อย่างใด

ตำรวจ PCT5 จึงสืบสวนจากเส้นทางของเหล่าพัสดุจนพบว่าต้นตอมาจากโกดังของชาวเวียดนามรายหนึ่งย่านลาดกระบัง ซึ่งรายนี้มีการสร้างเพจเฟซบุ๊กหลายเพจ เช่น Banana-Thailand , ZMI Thailand , Power Mall , Power Buy ขายพาวเวอร์แบงค์ เครื่องมือช่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกาข้อมือเก๊ และของต่าง ๆ อีกมากมาย
โดยด่านแรกเมื่อผู้ซื้อสั่งซื้อสินค้าแล้ว นอกจากจะได้สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพแล้ว คนร้ายยังใช้การสั่งซื้อของลูกค้าเป็นช่องทางการเก็บข้อมูลชื่อที่อยู่ เพื่อจะใช้ส่งของต่อไปในภายหน้า โดยการสืบสวนสืบทราบว่าเจ้าของโกดังเป็นเถ้าแก่ชาวเวียดนาม ชื่อว่า “เสี่ยเวียด” มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเดือนละไม่ต่ำกว่า 6 หลัก ซึ่งล้วนได้มาจากการทำธุรกิจนี้

ต่อมาวันที่ 28 ก.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด PCT5 ชุดสืบนครบาล และนักเรียนสืบสวน 110 เข้าจับกุมเสี่ยเวียดไว้ได้ทันการ ขณะที่กำลังวางแผนจะหลบหนีออกนอกประเทศ จากการตรวจค้นบ้านพักพบว่าเป็นโกดังเก็บสินค้าซึ่งเป็นของเก๊ทั้งหมด และพบพัสดุที่ถูกตีกลับเป็นจำนวนมาก รวมมูลประมาณ 600,000 บาท
จากการสอลสวนนายเหงียน วาน เวียด ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่ามีนายทุนจากประเทศเวียดนาม ติดต่อให้ตนทำธุรกิจนี้ในประเทศไทย โดยเริ่มทำมาตั้งแต่เมื่อกลางปี 2565 ส่วนเรื่องของผิดกฎหมายหรือที่มาของสินค้าตนไม่ขอให้การใด ๆ

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า ผู้ทำธุรกิจประเภทนี้จะเริ่มจากจากการขายสินค้าทางออนไลน์ โดยเป็นสินค้าประเภทคุณภาพต่ำ ไม่ตรงปก ไม่มี อย. หรือ มอก. และเมื่อขายไม่ออกหรือถูกตีกลับมาแล้วก็จะนำมา “ส่งดะ” ไปให้กับเหล่าลูกค้าเดิมที่อยู่ในฐานข้อมูลเก่าอีกครั้ง ทั้งที่เค้าไม่ได้สั่งซื้อ
โดยเหล่าธุรกิจพวกนี้สร้างความเดือดประชาชนเป็นวงกว้าง มีประชาชนแจ้งความไว้เป็นจำนวนมาก แต่ด้วยความเสียหายเป็นจำนวนเล็กน้อย ทำให้ผู้เสียหายบางรายไม่มาแจ้งความ ทำให้อาชญากรรมประเภทนี้ไม่อาจหมดไป