‘บิ๊กโจ๊ก’ แถลงผลงาน ศปน.ตร. กวาดล้างเครือข่าย แอพฯเงินกู้นอกระบบ ‘กู้ให้ดีดี’ รีดดอกโหด 2,000% ต่อปี และแก๊งรับจำนำรถ ‘เสี่ยไอซ์’ เงินหมุนร้อยล้าน

เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 4 ส.ค. 66 ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปน.ตร.) แถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่าย แอพพลิเคชั่นเงินกู้นอกระบบและแก๊งรับจำนำรถโดยสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ 23 รายและยึดของกลางได้อีกหลายรายการ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับคดีแรก พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ. 1 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการส่วนกลาง 1 สืบสวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น เงินกู้ผิดกฎหมายชื่อแอพ “กู้ให้ดีดี” ซึ่งมีรูปแบบการให้กู้ยืมเงินผ่านแอพพลิเคชั่นระยะเวลาในการกู้ยืมเงิน 7 วันหักดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 40 ต่อ 7 วัน ต้องชำระเงินคืนเต็มจำนวน เมื่อคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยต่อปีจะพบว่ามีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 2,085% ต่อปี

หากไม่สามารถชำระเงินได้ทัน ผู้กู้จะถูกข่มขู่และโพสต์รูปประจานเป็นสื่อสังคมออนไลน์ จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายเงินกู้นอกระบบดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1. กลุ่มบัญชีโอนเงินให้ผู้กู้ 2.กลุ่มเจ้าของบัญชีรับชำระเงินต้นและดอกเบี้ย และ3 กลุ่มเจ้าของบัญชีสำหรับพัก ยักย้าย รวบรวมทรัพย์สิน ทั้งนี้เพื่อใช้ในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมหลักฐานขอศาลจังหวัดสมุทรปราการ ออกหมายจับเครือข่ายดังกล่าวได้จำนวน 14 คน สามารถจับกุมตัวได้แล้วทั้งหมด 9 คน อยู่ระหว่างติดตามการจับกุมตัว 5 คน ดำเนินดีคดีในข้อหา “ร่วมกันให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใดใด อันมีลักษณะเป็นการอำพรางการให้กู้ยืมเงิน โดยมีลักษณะเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดและโดยกำหนดข้อความอันเป็นเท็จในเรื่องจำนวนเงินกู้หรือเรื่องอื่นๆไว้ในหลักฐานการกู้ยืมหรือตราสารที่เปลี่ยนมือได้ เพื่อปิดบังการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาต” สำหรับเครือข่ายดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนประมาณ 160 ล้านบาท

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า คดีต่อมาสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปน.ภ. 2 ได้จับกุม นายณัฐพงษ์หรือโจ้ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ก่อนเข้าตรวจค้นที่บ้านพักในจังหวัดชลบุรี พบรถยนต์ 69 คัน รถจักรยานยนต์ 37 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง สมุดจดบันทึกรายการบัญชีเงินกู้ของลูกค้าและรายการรับจำนำรถจำนวน 1 เล่ม ดำเนินคดีในข้อหา “ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้ขออนุญาต และจัดตั้งโรงรับจำนำโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต”

ต่อมา พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 กับพวกได้ขยายผลเพิ่มเติมขอศาลพัทยาออกหมายนายกฤษตภาส (สงวนนามสกุล) และนายฐณะวัฒน์ หรือเสี่ยไอซ์ (สงวนนามสกุล) โดยสามารถจับกุมนายกฤษตภาสไว้ได้ ส่วนนายฐณะวัฒน์ หรือเสี่ยไอซ์ หลบหนีไป ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และร่วมกันให้กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันจัดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาต”

นอกจากนี้ชุดปฏิบัติการ ศปน.ตร.ภ.2 , ภ.1, ภ.7 , สตม.และ บช.ทท. ได้ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 14 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัดได้แก่ ชลบุรี ระยอง พิษณุโลก และกาญจนบุรี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 7 ราย ตรวจยึดของกลางได้แก่ รถยนต์ 29 คัน รถจักรยานยนต์ 10 คัน กุญแจรถยนต์ 12 ดอก สมุดบัญชีเงินฝาก 10 เล่ม อาวุธปืน 1 กระบอก คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 3 เครื่องโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง สำหรับเครือข่ายรับจำนำรถของเสี่ยไอซ์มีเงินหมุนเวียนประมาณ 100 ล้านบาท

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ศปน.ตร.มีหน้าที่ในการปราบปรามแก๊งเงินกู้นอกระบบ ปัจจุบันมีการกระทำผิดในหลายรูปแบบ ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการจับกุมแอพพลิเคชั่นเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย ที่เอารัดเอาเปรียบประชาชน เป็นการตัดวงจรกลุ่มบัญชีม้าซึ่งเป็นต้นทางของการนำไปก่ออาชญากรรมในหลากหลายรูปแบบ

หลังการจับกุมดังกล่าวแล้วจะมีการสืบสวนขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้ในส่วนของการปราบปรามแก๊งรับจำนำรถผิดกฎหมาย ก็เป็นปัญหาหนี้นอกระบบในอีกรูปแบบหนึ่งที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก นอกจากต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยสูงยังมีความเสี่ยงที่ผู้รับจำนำรถจะเอารถยนต์ที่มาจำนำไว้ไปจำหน่ายต่อ ทำให้อาจถูกฟ้องร้องในข้อหายักยอกทรัพย์ได้

จึงต้องเร่งเข้าตรวจยึดทรัพย์สินเหล่านี้ เพื่อปราบปรามกลุ่มแก๊งรับจำนำรถไม่ให้ดำเนินการผิดกฎหมายได้อีก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจขอเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อในการกู้เงินจากแหล่งเงินกู้นอกระบบที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ และไม่ได้รับอนุญาตรวมถึงเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขอให้ตรวจสอบแหล่งเงินกู้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย จากเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยและสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นต้น

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน