รวบแก๊งเสธ.ทหาร แอบอ้างชื่อมูลนิธิชัยพัฒนา ตุ๋นผู้รับเหมารายย่อย-ชาวบ้าน หลอกขายแบบงานก่อสร้าง ก่อนเชิดเงินหนี
วันที่ 10 ส.ค. 66 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป.พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป.พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง พ.ต.ท.สุพจน์ น้อยสวรรค์ รอง ผกก.กก.3 บก.ป.
แถลงจับกุมนายสมชาย หรือ ผู้กองเป็ด อายุ 59 ปี ,นายสุริยพันธ์ หรือผู้กองจ๊อด อายุ 61 ปี ,นายอัครวัฒน์ หรือเสธหนุ่ม อายุ 59 ปี ,นายประสาร หรือ เสธ.แดง อายุ 65 ปี ,นายนิพนธ์ ภูคงคา อายุ 61 ปี ,น.ส.วราภรณ์ อายุ 58 ปี และ นายสมศักดิ์ อายุ 51 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ฉ้อโกง และ ฉ้อโกงประชาชน” หลังจากอ้างตัวเป็นเสธ.แอบอ้างชื่อของโครงการของมูลนิธิชัยพัฒนาฯ ไปหลอกกลุ่มผู้รับเหมา หรือชาวบ้านให้มาร่วมลงทุนในโครงการต่างๆ
พล.ต.ต.มนตรี เปิดเผยว่า เมื่อต้นปี 2564 กองปราบฯได้รับเรื่องร้องเรียนจาก มูลนิธิชัยพัฒนา ว่ามีกลุ่มบุคคลแอบอ้างมูลนิธิจัดทำโครงการแก้มลิง ในพื้นที่ภาคอีสาน จำนวน 90 โครงการ เพื่อหลอกลวงเงินจากผู้รับเหมาก่อสร้างรายย่อยและชาวบ้าน จนมาทราบภายหลังว่าโครงการดังกล่าวไม่มีอยู่จริง ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 20 ราย ความเสียหายหลายล้านบาท
หลังรับเรื่องจึงรวบรวมหลักฐาน พร้อมส่งกำลังลงพื้นที่เป้าหมาย จ.ชัยภูมิ, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, กาฬสินธุ์, เชียงใหม่, ลำปาง และ สุพรรณบุรี ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางเอกสารโครงการรับเหมาก่อสร้างต่างๆ กว่า 20 โครงการ สมุดบัญชีธนาคาร 18 เล่ม
พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มคนร้ายจะอ้างตัวเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ และเป็นตัวแทนจากมูลนิธิชัยฯ กำลังทำโครงการขุดลอกหนองน้ำ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยมีนโยบายเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมารายย่อยในภาคอีสานได้รับงานก่อสร้างด้วย แต่ละโครงการจะมีงบประมาณสนับสนุน เป็นเงินหลัก 100 -1,000 ล้านบาท หากสนใจเข้าร่วมโครงการจะต้องจ่ายเงินค่าซื้อแบบฯจากกลุ่มผู้ต้องหา เริ่มต้นที่ราคา 17,500 บาท ไปจนถึง 90,000 บาท ราคาขึ้นอยู่กับงบประมาณของโครงการที่จะได้รับ
พ.ต.อ.พรศักดิ์ กล่าวอีกว่า กลุ่มผู้ต้องหามักจะใช้สถานที่ราชการเป็นสถานที่นัดประชุม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ การจัดประชุมจะมีคนที่สนใจเข้าร่วมประมาณ 50–60 คน ที่ผ่านมามีการนัดประชุมมาแล้วประมาณ 4 ครั้ง แต่หลังจากผู้เสียหายจ่ายเงินซื้อแบบโครงการ และร่วมทำสัญญาว่าจ้าง (MOU) แล้วนั้น กลุ่มผู้ต้องหาก็จะตัดขาดการติดต่อก่อนเชิดเงินทั้งหมดของผู้เสียหายหนีหายไป
จากสวนสืบสวนพบมีผู้ร่วมกระทำผิดมากกว่า 10 ราย แบ่งหน้าที่กันทำงานเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่เป็นนายหน้าผู้ชักชวน จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย นายสมชาย หรือ ผู้กองเป็ด นายสุริยพันธ์ หรือผู้กองจ๊อด นายอัครวัฒน์ หรือเสธ.หนุ่ม นายนิพนธ์ และนายประสาร หรือเสธ.แดง ส่วนผู้ต้องหากลุ่มที่สองนั้นจะทำหน้าที่เป็นบริษัทหน้าม้าประกอบด้วย นายกิตติศักดิ์ น.ส.เมตตา น.ส.วราภรณ์ อายุ 58 ปี นายสมศักดิ์และนายเลิศพงศ์
สำหรับนายประสาร กับนายสุริยพันธ์ นั้นเคยรับราชการทหารในสังกัดหนึ่งจริง แต่ลาออกจากราชมาแล้ว ส่วนที่เหลือนั้นเป็นการแอบอ้าง เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวไว้ได้ 7 รายเหลือเพียงนายกิตติศักดิ์ กับน.ส.เมตตา ที่อยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนนายเลิศพงศ์ ปัจจุบันถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำหลังถูกจับในคดีอื่น
ด้าน พ.ต.ท.สุพจน์ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ ส่วนใหญ่อ้างว่าทำตามคำสั่งของนายสมชาย หรือผู้กองเป็ด โดยไม่รู้ว่าเป็นการหลอกลวงเงินของชาวบ้าน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป