สืบตลิ่งชัน ตามจับทันควัน 2ผู้ต้องหาใช้ปืนปลอม บุกบ้าน จี้ชิงทรัพย์2ผัวเมีย จับมัดด้วยสายไฟ ก่อนฉกข้าวของหลบหนี สอบประวัติออกจากคุกไม่มีงานทำ จึงตระเวนก่อเหตุมาเรื่อย

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2566 ร.ต.ท.อมรพงษ์ ตุ้ยทา รอง สว.(สอบสวน)สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งจากนายศิวกร อายุ30ปี ผู้รับเหมาก่อสร้าง และน.ส.เจนจิรา อายุ29ปี ภรรยา อยู่บ้าน แขวงและเขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ว่าช่วงกลางดึกที่ผ่านมาถูกคนร้าย2คน บุกเข้าไปในบ้าน ใช้อาวุธปืนจี้ สายไฟมัดมือ ก่อนชิงทรัพย์ไปหลายรายการ

นายศิวกร ให้การว่า ช่วงเวลา 03.46 น. วันที่ 17 สิงหาคม ได้มีคนร้าย2คนบุกเข้ามาในบ้านตน ซึ่งเป็นตึกแถว4ชั้น ชั้นล่างเป็นที่รับฝากส่งพัสดุ ชั้น2 เป็นห้องทำงาน ตนพักอยู่ชั้น3 ชั้น4ปล่อยว่าง โดยตนได้เปิดหน้าต่างชั้น2ทิ้งไว้ คนร้ายคาดว่าปีนเข้ามาทางหน้าต่าง บุกเข้ามาในห้องนอน ปลุกตนกับภรรยาให้ตื่น

หนึ่งในคนร้ายใช้ปืนสั้นแบบลูกโม่จ่อ ส่วนอีกคนเดินไปกระชากสายโทรศัพท์ในห้องเอามามัดมือตนไพล่หลัง ส่วนภรรยาถูกมัดมือไว้ด้านหน้า คนร้ายช่วยกันรื้อทรัพย์สินเป็นทองประกอบด้วย เลสข้อมือน้ำหนัก 50 สตางค์ แหวนทอง 3 วง หลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง 1 องค์ ไอแพด 1 เครื่อง โน็ตบุ๊กเก่า 1 เครื่อง สว่านไฟฟ้า 2 ตัว พร้อมกระเป๋าสะพายและเอกสารส่วนตัว

ส่วนโน๊ตบุ๊ก ใหม่กับโทรศัพท์มือถือ คนร้ายบอกไม่ต้องการแล้ว เพราะต้องการแค่ทรัพย์สินรวมกันวงเงินแค่ 6 พันบาทเพื่อนำเงินไปให้ลูกและจ่ายค่าเช่าบ้านเท่านั้น จากนั้นคนร้ายได้เปิดประตูด้านหน้าบ้านวิ่งไปขี่จยย.ที่จอดซ่อนไว้หลบหนีไป โชคดีที่คนร้ายไม่ได้ทำอันตรายตนกับภรรยา จึงได้มาแจ้งความให้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ต่อมาพ.ต.อ.มนต์ชัย อรุณส่องแสงดี ผกก.สน.ตลิ่งชัน ได้ประสาน พ.ต.อ.ไตรรัตน์ เพ็งนู ผกก.สส.บกน.7 พ.ต.ท.พงษ์ธวัช คงเสือ รอง ผกก.สส.สน.ตลิ่งชัน พ.ต.ท.บำเพ็ญ นามฉวี สว.สส.สน.ตลิ่งชัน พร้อมฝ่ายสืบสวนกก.สส.บกน.7 เพื่อร่วมคลี่คลายคดีเป็นการเร่งด่วน

กระทั่งเวลา 09.30 น.ทาง พ.ต.ท.พงษ์ธวัช และ พ.ต.ท.บำเพ็ญ สามารถจับสัญญาณจากไอแพดของผู้เสียหายได้ว่า อยู่ที่ห้องเช่าใน ซอยโรงหวาย ถนนอ่อนนุช แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ จึงนำฝ่ายสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบ ภายในห้องพบคนร้ายทั้ง2คน มีท่าทีตกใจ ต่างแตกตื่นแยกกันหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัวไว้ได้

ทราบชื่อต่อมามีนายคำสิงห์ หรือ โต้ง อายุ38ปี ชาวจ.สระแก้ว และนายวิชัย หรือ ต้น อายุ40ปี ตรวจคันในห้องพบของกลางไอแพด 1 เครื่อง แหวนทองคำ 3 วง พระหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง1องค์ โน็ตบุ๊กเก่า1เครื่อง กระเป๋าสะพายพร้อมเอกสารของผู้เสียหาย ส่วนอาวุธปืน พบเป็นปืนปลอมโลหะแบบลูกโม่ สีโครเมี่ยมใส่อยู่ในซองหนัง ถูกซุกไว้ใต้เตียง และจยย.ฮอนด้า คลิก สีดำ-น้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คันก่อเหตุ จึงยึดไว้เป็นของกลาง

เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน และพาไปเอาเลสข้อมือและสว่านไฟฟ้าที่นำไปจำนำไว้ที่โรงรับจำนำใกล้ห้องพักในราคารวมกัน4,800บาท คืนมาได้อย่างครบถ้วน โดยใช้เวลาในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายคู่นี้เพียง3ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น นำตัวไปสอบสวนที่สน.ตลิ่งชัน

จากการสอบสวนนายคำสิงห์ ให้การว่า ตนไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร เพราะเพิ่งออกจากคุกมาเมื่อเดือนมี.ค.65 ในคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนกระทำชำเรา พรากผู้เยาว์ในท้องที่สภ.ลาดโตนด จ.นนทบุรี ถูกจำคุกอยู่6ปี ยังไม่มีงานทำ จึงตระเวนลักทรัพย์ไปเรื่อย ส่วนนายวิชัย ซึ่งเป็นคนเร่ร่อน เจอกันในคุก เมื่อออกมาก็ติดต่อกันเรื่อยมา

ตนไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง รู้สึกอ่อนเพลีย จึงอยากมีที่พักเป็นหลักแหล่ง จึงได้ไปหาซื้ออาวุธปืนปลอมมาจากร้านค้าของเก่าย่านวงเวียน22 ในราคากระบอกละ70บาท แล้วไปรับนายวิชัยที่พักอยู่ริมทางรถไฟย่านพญาไท ช่วง20.00 น.วานนี้(16ส.ค.)และขี่รถซ้อนท้ายดูลาดเลากันมาเรื่อย

จนกระทั่งข้ามมาฝั่งธนฯ สะดุดตากับตึกที่เกิดเหตุ ในห้องชั้น2 ซึ่งเปิดไฟทิ้งไว้ หน้าต่างก็เปิดทิ้งไว้ แถมไม่มีเหล็กดัด จึงนำรถจยย.ไปซ่อนไว้ด้านข้างตึก จากนั้นได้ปีนกำแพงของธนาคารกรุงไทยที่อยู่ติดกันขึ้นไปชั้น2 รื้อค้นทรัพย์สิน จากนั้นเดินไปชั้นล่างเข็นรถจยย.ที่ตอนแรกคิดว่าจะลักไปด้วยออกไปจอดไว้ริมถนน

จากนั้นได้ขึ้นไปชั้น3ซึ่งเป็นห้องนอนของเจ้าของบ้านที่ไม่ได้ล็อกประตู เมื่อเปิดเข้าไป ฝ่ายชายตื่น ตนจึงใช้ปืนจี้ให้อยู่นิ่งๆ แล้วให้นายวิชัย ไปตัดสายโทรศัพท์ในห้องนำมามัดมือไพล่หลัง แต่ไม่รู้ว่ามีผู้หญิงอยู่ในห้องด้วย เพราะอยู่ใต้ผ้าห่ม เมื่อฝ่ายหญิงตื่นมา ก็ตกใจพยายามจะร้องขอความช่วยเหลือ ตนจึงบอกว่าอย่าร้องแล้วให้นายวิชัยใช้สายโทรศัพท์มัดมือไว้ด้านหน้า เพื่อหวังจะให้ช่วยแก้มัดสามีได้ จากนั้นจึงรื้อค้นทรัพย์สินในห้อง และคืนส่วนที่ไม่ต้องการ อ้างกับผู้เสียหายว่า จะเอาไปให้ลูกและไปจ่ายค่าเช่าห้องแค่6พันบาท แต่ที่จริงต้องการแค่ไปจ่ายค่าห้องเช่าเท่านั้น

ด้าน พ.ต.ท.บำเพ็ญ กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัตินายคำสิงห์ พบว่า ยังมีหมายจับอยู่ที่ท้องที่สน.พญาไท หมายเพิ่งออกเมื่อวันที่ 7ส.ค.นี้เอง ในข้อหาบุกรุกเคหสถานและลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ทำลายสิ่งกีดขวางฯ ส่วนนายต้น ที่อ้างว่าชื่อนายวิชัย ตรวจสอบในทะเบียนราษฎร์ไม่พบประวัติ เมื่อสอบสวนได้ความว่า พ่อแม่ไม่ได้ไปแจ้งเกิดให้ เป็นบุคคลเร่ร่อน อาศัยนอนตามป้ายรถเมล์ ริมทางรถไฟย่านพญาไท

โชคดีที่ฝ่ายสืบสวนทำงานกันไวใช้เวลาเพียง3ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น หากยังตามตัวไม่ได้อาจไปก่อเหตุซ้ำอีกก็เป็นได้ เบื้องต้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้สิ่งเทียมอาวุธปืน และยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปฯ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน