ฟรีวีซ่า-กระตุ้นเที่ยวไทย ผบช.สตม.เผยไม่หนักใจ พร้อมขานรับนโยบาย ฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีน วางแนวทางเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจ ลดปัญหาแออัด เน้นช่องทางสนามบินต่างๆ ในชม.เร่งด่วน
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 66 พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. กล่าวถึงกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีนโยบายการเปิดฟรีวีซ่าให้กับชาวจีนภายในวันที่ 1 ต.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยว และสร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยวให้เพิ่มมากขึ้น โดยเตรียมหารือกับหน่วยงานความมั่นคงและส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง หลังนโยบายดังกล่าวออกมาบางหน่วยงานเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย รวมถึงภาคเอกชนให้ความเป็นห่วงว่าจะเกิดการไหลของกลุ่มชาวจีนผิดกฎหมาย ทุนจีนสีเทา หรือทัวร์ศูนย์เหรียญ และความหนาแน่นในการเข้าออกของนักท่องเที่ยว ตามด่านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆว่า
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพร้อมดำเนินการตามนโยบายของทางรัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้หากมีการดำเนินการจริงต้องหารือแนวทางปฎิบัติกับหลายหน่วยงาน แต่ยอมรับว่าจะมีความแออัดหนาแน่นตามช่องทางตรวจคนเข้าเมืองต่างๆ โดยเฉพาะตามสนามบิน ซึ่งปัจจุบันก็มีปริมาณนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในช่วงเวลาต่างๆมากอยู่แล้ว แต่หากมีการปล่อยฟรีวีซ่าชาวจีนเข้ามา อาจประสบปัญหาความแออัดช่องทางเข้า
ทั้งนี้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เตรียมพร้อมแนวทางดังกล่าวแล้ว หากกรณีที่ช่องทางหนาแน่น โดยเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเข้าไปเต็มช่องตรวจ ในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีจำนวนผู้โดยสารเข้ามาพร้อมกันจำนวนมากๆ ซึ่งปัจจุบันมีช่องทางตรวจคนเข้าเมืองในสนามบินที่เปิดให้บริการพร้อมกันเต็มศักยภาพ 119 ช่อง
หากมีเปิดพรีวีซ่าชาวจีน ก็ต้องเปิดช่องทางพิเศษเพื่อรับนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาโดยเฉพาะ ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวประเทศอื่นๆ ที่ผ่านมาทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เคยทำเรื่องขอให้การท่าอากาศยานไทย เพิ่มพื้นที่ในการติดตั้งช่องทางของตรวจเพิ่ม แต่การท่าอากาศยานไทยไม่สามารถจัดพื้นที่เพิ่มให้ได้ จึงต้องใช้พื้นที่เท่าเดิม อย่างไรก็ตามทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดสอบบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการในสังกัด 200 อัตรา ในส่วนนี้ก็จะนำมากระจายตามสนามบินต่างๆ เพื่อรองรับนโยบายในส่วนนี้
โดยช่วงเย็นวันนี้ตนและคณะจะเดินทางไปยังประเทศจีนเพื่อหารือกับทางการจีน จึงเตรียมหารือเรื่องฟรีวีซ่า แนวทางแก้ไข การรับมือกับเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวปกติ และกลุ่มบุคคลผิดกฎหมายอาชญากรต่างๆ ของจีนเข้ามาในไทย ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวอาจทำให้มีชาวจีนผิดกฎหมายซึ่งอาจเป็นกลุ่มทุนจีนสีเทา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือแก๊งอุ้มรีดค่าถ่าย หลุดลอดเข้ามาในประเทศเพิ่มมากขึ้น แต่ตำรวจก็ต้องไล่ติดตามจับกุมตัวตามขั้นตอน ยอมรับว่าเป็นงานหนักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่จะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้กังวลอะไร
ขณะที่ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผบช.สตม. เปิดเผยว่า กรณีที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่าหากมีกลุ่มชาวจีนที่กระทำผิดกฎหมายเดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มมากขึ้นจะสามารถติดตามตัวได้หรือไม่ ยืนยันว่าขณะนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีระบบติดตามตัวนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศโดยใช้ระบบตามมาตรา 38
คือขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวกรอกที่อยู่รายละเอียดที่พักที่จองไว้ล่วงหน้า รวมถึงให้สถานบริการที่พักอาศัยของนักท่องเที่ยวประเภทต่างๆ แจ้งข้อมูลผ่านระบบแดชบอร์ด (dashboard)ให้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับทราบเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการติดตามตัวนักท่องเที่ยวแต่ละคนรวมถึงตรวจสอบประวัติข้อมูลติดตามในภายหลัง นอกจากนี้ยังเตรียมทำระบบติดตามระบบใหม่ให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้ซึ่งคาดว่าจะนำระบบดังกล่าวมาใช้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งใช้ระบบฟรีวีซ่าเข้ามาในประเทศได้หากระบบมีความพร้อม
สำหรับระบบแดชบอร์ด (dashboard )สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเคยนำระบบดังกล่าวมาใช้ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งในช่วงขณะนั้นใช้เป็น sandbox รับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆเข้ามาสังเกตอาการก่อนเดินทางออกไปยังจังหวัดต่างๆ ซึ่งพบว่าระบบดังกล่าวสามารถใช้งานได้ในระดับหนึ่ง ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงนำระบบดังกล่าวมาพัฒนาใช้กับทั้งประเทศ