ผัวเมียร้อง เก็บเงินกู้ไม่ได้ตามยอด เจอเจ๊ใช้ด้ามปืนตบ ไม้เบสบอลรุมหวด ปางตาย ส่งลูกน้องรุมตีจนได้รับบาดเจ็บ เหตุจากเก็บเงินลูกค้าไม่ได้ตามยอด
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 ก.ย.2566 ที่สโมสรตำรวจนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พานายวิชัยรัตน์ อายุ 30 ปี และน.ส.พรรณิกา อายุ 26 ปี สองสามีภรรยา อดีตเซลล์ปล่อยเงินกู้ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เพื่อขอให้ช่วยดำเนินคดีกับแก๊งเงินกู้โหดก่อเหตุทำร้ายร่างกายด้วยไม้เบสบอลจนได้รับบาดเจ็บ
นายวิชัยรัตน์ เปิดเผยว่า ตนทำหน้าที่เก็บเงินกู้นอกระบบ ให้กับเจ๊คนหนึ่งในจังหวัดชลบุรี โดยยอด 1 วัน จะต้องเก็บไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อวัน ซึ่งดอกเบี้ยเงินกู้นั้น ร้อยละ 2 บาทต่อวัน ตนทำงานตรงนี้มาประมาณ 3 ปีแล้ว ในบางครั้งที่ตนไปทวงหนี้ ก็เห็นใจลูกหนี้ เพราะบางคนจ่ายยอดเกินกว่าจำนวนที่กู้มามาก แต่ก็ยังจ่ายดอกไม่หมด ผู้เสียหายจึงตกแต่งบัญชีเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้
ในวันเกิดเหตุตนได้ตกแต่งบัญชีเพราะทวงเงินจากลูกหนี้ไม่ได้ 1 ราย ประมาณ 200-300 บาท หลังจากนั้นเจ๊เงินกู้ ได้เรียกตนไปหา อ้างว่าจะให้เงินเดือนและกินข้าวปกติ ตนจึงพาภรรยาไปด้วย หลังจากนั้นเจ๊ได้ใช้ด้ามปืนตบที่หัวของตน และให้ลูกน้องรุมทำร้ายร่างกาย โดยใช้ไม้เบสบอลและขวด ตีตามตัว
โดยภรรยาก็โดนลูกหลงไปด้วย ทำให้ทั้งคู่นิ้วหัก มีรอยฟกช้ำตามตัวและใบหน้า หัวแตกต้องเย็บ 6 เข็ม และมีบาดแผลบนใบหน้าบริเวณดวงตา และโดนขมขู่อีกว่า “ถ้าเจอที่ชลบุรีอีก จะเอาให้ตาย” ตนกับภรรยาจึงต้องหนีตาย และแจ้งเรื่องผ่านทางเพจสายไหมต้องรอดให้เข้ามาช่วยเหลือ โดยจากที่ทราบมานั้นเจ๊เงินกู้มีเงินหมุนเวียนเกือบ 100 ล้าน
นายเอกภพ ระบุว่า ผู้เสียหายทั้ง 2 คน ได้เข้าไปรักษาตัวโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในชลบุรี แต่พยาบาลแจ้งว่าสิทธิการรักษาอยู่ที่ จ.หนองคาย จึงต้องแบกร่างกายที่มีแต่รอยแผล ไปที่หนองคายเพื่อทำการรักษา จึงอยากให้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ดูแลเรื่องของการรักษาด้วยบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทั่วไทย และฝากถึงสาธารณสุขให้มาดูแลเรื่องนี้ด้วย และอยากให้ตำรวจได้เร่งปราบปรามเรื่องนี้ เพราะมีความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และไม่รู้ว่าจะมีคนโดนกระทำลักษณะนี้อีกกี่ราย
