เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้แล้ว วัยรุ่นเปิดศึกปาระเบิด ยิงถล่ม โจ๋ 15 ดับ จ่อหมายจับ วอนมอบตัวเพราะรู้ช่องทางหลบหนีแล้ว ด้านแม่ผู้ต้องสงสัยเชื่อลูกไม่ผิด

วันที่ 13 พ.ย. 66 ที่สน.ประเวศ เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวเยาวชนทั้ง 2 คน ขึ้นมาสอบปากคำที่ห้องประชุมร่วมกับชุดสืบสวนและ บก.น.4 โดยหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเป็นคนขับรถจักรยานยนต์สีแดงคันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดไว้ได้เป็นของกลาง หลังจากเกิดเหตุ วัยรุ่นเปิดศึกปาระเบิดยิงถล่มใส่อริ กระสุนโดนเยาวชนอายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่ง เสียชีวิต บนถนนใกล้ปากซอยพัฒนาการ 53 ถนนเลียบคู่ขนานมอเตอร์เวย์ กรุงเทพ-ชลบุรี แขวงและเขตสวนหลวง กทม.

จากการสอบถาม แม่ของผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าว เผยว่า เมื่อคืนวันเกิดเหตุ ลูกชายออกไปเที่ยวกับเพื่อนตามปกติ โดยขี่จักรยานยนต์คันสีแดงของตนเองออกไป จนกระทั่งกลับมานอนที่บ้านเมื่อเช้าตามปกติ โดยไม่ได้มีท่าทางวิตกกังวลหรือมีพิรุธแต่อย่างใด กระทั่งตอนเช้าตนจะเดินทางออกไปตลาด แต่ไม่พบรถจักรยานยนต์ จึงถามลูกชายว่ารถหายไปไหน จึงทราบจากลูกว่า เมื่อคืนเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ลูกชายถูกกลุ่มผู้ตายถีบรถจยย.ล้มกลางถนน ลูกจึงวิ่งหลบหนีไปก่อน

ตนไม่ทราบว่าหลังจากนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และไม่ทราบว่าใครเป็นคนยิงผู้ตาย หลังจากที่เมื่อเช้ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวลูกชายมาสอบปากคำ จึงทราบว่ารถจักรยานยนต์ของตนถูกยึดเป็นของกลาง จึงเดินทางมาที่ สน.ประเวศ เพื่อติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งทางตนไม่มีความกังวลใด ๆ เพราะมั่นใจว่าลูกชายไม่ได้ทำอะไรผิด

โดยรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จอดอยู่บริเวณด้านหน้า สน.ประเวศ และมีหมวกกันน็อกวางอยู่ด้านบน พบว่ามีคราบเลือดติดอยู่ด้วย

ต่อมา พล.ต.ต.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ รรท.ผบก.น.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.บก.น.4 และพ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มีการประชุมฝ่ายสืบสวนและได้มีการแบ่งงานกันเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นทราบตัวผู้กระทำความผิดที่ใช้อาวุธปืนยิงในเหตุทะเลาะวิวาท จนมีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ส่วนเรื่องการออกหมายจับต้องขออนุญาตศาลก่อนและออกหมายจับอีกครั้ง เนื่องจากว่ายังเป็นเยาวชน ซึ่งต้องรอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์พยานบุคคลร่วมด้วย

นอกจากนี้ อยากประชาสัมพันธ์ถึงตัวน้องที่กระทำความผิด ว่าตัวเองรู้ตัวดีว่าทำอะไรอยู่แล้วให้รีบมามอบตัว เพราะตอนนี้รู้ช่องทางหลบหนี และยืนยันว่าจะจับตัวได้แน่นอน ไม่ต้องหนีจะได้ง่าย และเป็นผลดีต่อตัวเขาด้วย

โดยแรงจูงใจในการก่อเหตุไม่ได้อยู่ที่สถาบันการศึกษา เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งสองฝ่ายเป็นนักเรียนนอกระบบ แต่มีการท้าทายกันทางโซเชียลอยู่ตลอดซึ่งเคยมีเรื่องบาดหมาง กันมาก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ปกครอง ตนก็เห็นใจเชื่อว่าผู้ปกครองคนไหนก็ไม่มีใครอยากให้ลูกทำแบบนี้ ซึ่งเชื่อว่าช่วงวัยวัยรุ่นใจร้อน ห้ามให้กระทำได้ยากและการก่อเหตุในลักษณะแบบนี้เขายังสูญเสียอนาคตอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการก่อเหตุแบบนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีแผนระงับเหตุ และปรับแผนทุก 15 วัน ตามลักษณะการก่อเหตุในแต่ละครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน