บิ๊กต่อ เผย มือยิง ครูเจี๊ยบ-น้องหยอด ก่อเหตุเพราะหวังเลื่อนชั้น และแรงจูงใจเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีสถาบัน สั่งเข้มทลายจอมปลวกทั้งองค์กร

ภายหลังจากที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล ร่วมกับสืบสวนภาค 5 และกรมอุทยาน จับกุมตัว นายอนาวิน แก้วเก็บ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิง ครูเจี๊ยบและน้องหยอด จนเสียชีวิต โดยสามารถจับกุมตัวได้บนดอยปุย จ.เชียงใหม่ พร้อมเพื่อนอีก 1 คน ที่ถูกแจ้งข้อหาซ่องโจร ซึ่งถูกควบคุมตัวมาขยายผล

ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีในคดีนี้ยังเหลืออีก 3 ราย คือ นายอับดุลเลาะ หรือเลาะ ดือราแม อายุ 28 ปี และผู้ต้องหาอีก 2 ราย ที่มีการออกหมายจับเพิ่มเติม 14 หมายวานนี้ ในส่วนของผู้ต้องหาอีก 2 รายแบ่งเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ระดมเงินเรี่ยรายจัดหาเซฟเฮาส์และผู้ที่จัดหาอาวุธปืน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดว่าทั้ง2 หลบหนีอยู่ในพื้นที่ใด แต่ยืนยันว่าตำรวจมีข้อมูลของคนร้ายทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าจะมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้ และยืนยันว่า ทางผบช.น.จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในการก่อเหตุทุกราย

วันที่ 20 ธ.ค. 66 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิทวัส ชินคำ ผบก.น.5 ร่วมสอบปากคำ นายอนาวิน และนายกฤติ ล้ำเลิศ หรือทิว อายุ 23 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุอีกรายที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ขณะหลบหนีไปพักเชียงใหม่

นายอนาวิน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.1070/2566 ลงวันที่ 22 พ.ย. 66 ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันยิงปืน ซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช้เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมนุมชน, ร่วมกันสมคบตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ในภาค 2 นี้”

นายอนาวิน รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ยอมรับว่าเป็นมือยิงในคดีนี้ โดยออกล่าตัวเหยื่อตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. ก่อนไปขโมยแผ่นป้ายทะเบียนรถในย่านดินแดง แล้วไปตามหาเหยื่อในย่านร่มเกล้าแต่ไม่พบ จึงขับไปจอดในพื้นย่านคลอง14 จนช่วงเช้าเริ่มขับตระเวนหาในเขตเมือง กระทั่งเจอกลุ่มนักศึกษาอุเทนถวาย จึงลงมือก่อเหตุ และยอมรับว่าตนยิงปืนนัดแรก แต่กระสุนพลาดไปโดนครูเจี๊ยบ จากนั้นก็ตามไปยิงคู่อริซ้ำที่คอ และศีรษะ หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปอยุธยา เพื่อพ่นเปลี่ยนสีรถและนำรถไปทำลาย ก่อนจะหลบหนีไปจังหวัดอุบลฯ

ส่วน นายกฤติ หรือทิว ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เปิดเผยว่า นายอนาวิน ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนยิง เป็นการก่อเหตุยิงครั้งแรกเพื่อเลื่อนชั้นให้เป็นที่ยอมรับ จากการพูดคุยสังเกตได้ว่าเป็นเด็กหัวอ่อน มีปัญหาทางครอบครัว จึงถูกชี้นำไปในทางที่ผิดได้ง่าย จึงอธิบายให้ผู้ต้องหาเข้าใจว่าตำรวจได้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่เป็นการหว่านแหแล้วจับมา ซึ่งถือว่ามีพฤติกรรมเป็นองค์กรอาชญากรรมขนาดเล็ก

เพราะมีการให้ความช่วยเหลือเรื่องคดีความ จัดหาอุปกรณ์อาวุธปืนต่าง ๆ ซึ่งตนมองว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่นักศึกษาแล้ว ซึ่งจากคดีนี้จะเป็นโมเดลในการป้องกันเหตุที่อาจเกิดกับสถาบันอื่นอีก ซึ่งการทำงานจะต้องเป็นมืออาชีพแบบชุดจับกุมคดีนี้ เพื่อให้สำนวนแน่นหนาเอาผิดผู้ก่อเหตุได้ ส่วนสาเหตุก็มาจากเรื่องความขัดแย้งระหว่างสถาบันที่ถูกปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรแบบผิด ๆ เป็นโลกเสมือนจริงสร้างเรื่องราวให้เกิดความแค้น

ส่วนเรื่องการที่กลุ่มเพื่อนผู้ต้องหาได้ไปข่มขู่ญาติผู้เสียหายถึงในศาลอาญากรุงเทพใต้นั้น ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบต่อ และให้ความดูแลญาติผู้เสียหาย โดยจะสั่งการให้ตำรวจพื้นที่ไปดำเนินการ และยืนยันว่าจะต้องทำลายจอมปลวกทั้งรัง ไม่ใช่ฆ่าปลวกที่บินออกมาสร้างความรำคาญ โดยจะต้องไปตรวจสอบคดีเก่ากับสถาบันอื่น

เนื่องจากไม่ได้มีจอมปลวกเดียวที่สร้างปัญหาสังคม เป็นการขุดถอนโคนทำลายองค์กรที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ การแก้ปัญหาระยะยาวนอกจากตำรวจแล้ว สถาบันหน่วยงานการศึกษาก็มีความสำคัญ ที่ต้องเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร

ก่อนหน้านี้ทางสถาบันศึกษามักจะอ้างว่าผู้ที่ก่อเหตุนั้นเป็นนักศึกษาที่ผลสภาพไปแล้ว แต่เมื่อความจริงปรากฏก็พบว่ามีทั้งนักศึกษาที่พ้นสภาพไปแล้ว และยังเป็นนักศึกษาอยู่ ร่วมกันก่อเหตุ เพราะปัญหาช่างกลยิงกันนั้น เป็นปัญหาที่มีมานานแต่แก้ปัญหากันไม่ถูกจุด โดยยกตัวอย่างว่า ถ้าสถาบันอยู่ใกล้กันควรจะมีการย้ายออกไปให้อยู่ห่างกัน เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกันได้ง่ายหรือไม่ และไม่ควรอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีประชาชนผู้บริสุทธิ์สัญจรไปมาอยู่แบบนึ้ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในการสร้างมาตรการความปลอดภัยในระยะยาว

ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ แนะนำว่าให้มามอบตัว ถ้าจะหนีต้องหนีทั้งชีวิต เพราะคดีมีอายุความหลายปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ชี้แจงต่อสื่อมวลชน แม่ของน้องหยอด เข้ามาขอบคุณที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้ เป็นการทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของตน และขอให้ทะลายเครือข่ายดังกล่าวให้สิ้นซากไปเสียที

สำหรับผลการปฎิบัติปิดเมืองล่ามือยิงครูเจี๊ยบและน้องหยอด จากปฏิบัติการตรงจค้นกวาดล้างทั้ง 3 ครั้ง ออกหมายจับผู้ต้องหา 26 คน จับกุมแล้ว 24 คน ยังหลบหนีอีก 2 คน คือ นายอับดุลเลาะ ดือราแม คนขี่รถจักรยานยนต์พา นายอนาวิน ไปก่อเหตุยิง และนายรัชวุฒิ แก้วสว่าง ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาซ่องโจร ที่ร่วมอยู่ในขบวนการนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน