จับแล้ว เสี่ยกำมะลอ อ้างรวยล้าน เปิดปมมีดปาดคอเมีย อ้างถูกด่า-ขอมีอะไรคืนละ 2 ครั้ง หลังหิวโซเดินเท้าเปล่าออกจากป่า 20 กิโลเมตรมาขอข้าวบ้านเมียเก่ากิน
วันที่ 11 ม.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี นายละมัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี อ้างเป็นเสี่ยร้อยล้าน มีที่ดิน 400 ไร่ มีธุรกิจรถแบ็กโฮ ไปคบกับสาวหม้ายคนหนึ่งที่บ้านดงหวาย แต่ก่อเหตุมีดแทงและปาดคอสาวหม้ายชื่อ นางบัวไร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ชาวบ้านดงหวาย ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เหตุเพราะขอยืมเงินไปงานศพญาติที่จ.อุบลราชธานีไม่ได้ แต่แทงไม่เข้า
จากนั้น ได้ขับรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน กฉ2644 สิงห์บุรี หลบหนีไป แต่เกิดขับมาด้วยความเร็วแหกโค้งชนกับเสารั้วบ้านของชาวบ้านจนรถพัง จากนั้นนายละมัยได้หลบหนีเข้าป่าอ้อยพร้อมอาวุธปืน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บ้านดุง ปิดล้อมป่าอ้อยเพื่อติดตามหาตัว
ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น.ของวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา มีชาวบ้านบ้านโนนกกบาท ต.บ้านดุง แจ้งว่า พบนายละมัยเดินมาขอข้าวและน้ำที่บ้านของภรรยาเก่าในพื้นที่บ้านโนนกกบาท โดยมีท่าทางวิตกกังวล ใส่หมวกปิดบังใบหน้า พ.ต.อ.พงศ์พันธุ์ นาขวา ผกก.สภ.บ้านดุง สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวน เข้าทำการควบคุมตัวมายัง สภ.บ้านดุง ทันที
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.บ้านดุง พบกับนายละมัย อ้างเป็นเสี่ยร้อยล้านกำมะลอเจ้านี้ โดยเดินทางไปพร้อมกับ พระปัญญา พระลูกวัดวัดจันทศรีมงคล บ้านมีชัย ต.บ้านตาด ที่ถูกต้มเอาเงินไป 4,000 บาท เมื่อนายละมัยเจอพระอาจารย์ปัญญาก็ยิ้มยกมือไหว้ จำครูบาอาจารย์ได้
นายละมัย กล่าวว่า หลังจากตนขับรถชนต้นไม้ ก็ไปหลบในป่าอ้อย ไม่ได้ออกไปไหน 2 คืน 1 วัน เพิ่งเดินออกจากป่าอ้อยเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา เดินเท้าเปล่ากว่า 20 กิโลเมตรมาหาบ้านภรรยาเก่า แต่ภรรยาเขามีผัวใหม่แล้ว จึงได้ขอข้าวหลาน ๆ กิน
นายละมัย กล่าวต่อว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าตนใช้มีดพยายามปาดคอและแทงนางบัวไร ภรรยาของตนจริง แต่ใช้สันมีด เพราะโมโหที่เขาด่าโคตรเหง้าตระกูลของตน เขาบ่นด่าบ่อย และชอบไปเล่นพนัน เตือนอย่าไปเล่นเรามาสร้างครอบครัวแล้ว หยุดบ้างก็ดี แต่เขาไม่ฟัง ทั้ง ๆ ที่งานบ้านงานเรือนตนทำใหม่ ซักเสื้อผ้า ซักกางเกงในเมียก็ทำ
นายละมัย กล่าวอีกว่า ตนอยากสร้างครอบครัว แต่ไม่ชอบที่เขาขี้บ่น ทั้งนี้ ตนสึกจากพระเพราะนางบัวไร เขาเป็นคนติดต่อหาตนตลอดหลังจากที่มีคนแนะนำให้รู้จักกัน บอกให้ตนสึกไปอยู่ด้วย ไม่มีเงินไม่มีทองก็ได้ ตนก็บอกให้บวชก่อน แต่นางบัวไรก็โทรมาคะยั้นคะยอมาเถอะ ๆ จนต้องสึก และเราก็มีอะไรกันตอนที่ตนเป็นนาคอยู่ด้วย
นายละมัย กล่าวอ้างด้วยว่า หากนางบัวไรยอมรับให้ตนไปอยู่ด้วย ตนก็อยากจะไป แม้จะอายุมากแล้ว แต่ภรรยาคนนี้เขาขอมีอะไรกับตนคืนละ 2 ครั้ง แต่ไม่รู้เขาจะรับตนอีกหรือเปล่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเสี่ยร้อยล้านจริงหรือไม่ นายละมัย กล่าวว่า ไม่ใช่ ๆ ตนไม่เคยบอก มีแต่ชาวบ้านพูดเท่านั้น ส่วนที่ว่าตนไปหลอกพระหลายวัดว่าเป็นเสี่ยจะเอารถตู้ไปถวายก็ไม่เป็นจริง แค่ตนยืมเงินพระเท่านั้น
ขณะนั้น พระปัญญาก็ถามว่า โยมละมัยทำไมพูดโกหกไปเรื่อย รู้อยู่แก่ใจอยู่ แต่นายละมัยก็ยืนยันพูดความจริงไม่ได้โกหกใครทั้งนั้น พระอาจารย์ปัญญาถามว่า แล้วเงิน 4,000 บาทที่เอากับอาตมาไปซ่อมรถให้ อ้างว่าจะถวายรถให้ใช้ นายละมัย กล่าวว่า ไม่ได้บอกว่าถวายรถให้ แค่ใช้ร่วมกัน พระอาจารย์เป็นคนให้เงินเอง
ซึ่งดูท่าไม่ยอมรับความจริง พระอาจารย์ปัญญาจึงส่ายหัว พร้อมกล่าวว่า โยมละมัยไปหลอกเอาเงินชาวบ้านอีกหลายที่เขาโทรมาบอก นายละมัย กล่าวอ้างว่า ไม่ได้เอา ไม่ได้หลอก และโต้เถียงกับพระอาจารย์ปัญญา อย่ามาพูดแบบนี้ ตนไม่ได้หลอกใครทั้งสิ้น จากนั้นก็เดินหนีทันที
ขณะที่ ป้าอ้อยและนางบัวไร หลังรู้ข่าวว่านายละมัยถูกจับแล้ว และรู้ว่านายละมัย โกหกแถไปเรื่อยไม่ได้ยอมรับความจริงและอ้างว่าซักผ้าให้เมียทำงานทุกอย่าง ป้าอ้อยและนางบัวไรถึงกับโกรธ พร้อมกล่าวว่า อย่างนี้ไม่ใช่ลูกผู้ชาย พรุ่งนี้เช้า (11 ม.ค.67) จะขอไปดูหน้าที่โรงพัก คนอะไรชั่งโกหกได้เก่งจัง
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการแจ้งข้อหา นายละมัย ในข้อหาทำร้ายร่างกาย และเตรียมส่งศาลดำเนินคดีในช่วงเช้าวันที่ 11 ม.ค.นี้



